จอร์จินโญ่ แตะง่ายๆแต่ได้แชป์เพียบ

จอร์จินโญ่ แปะง่ายๆแต่ได้แชป์เพียบ

จอร์จินโญ่ แปะง่ายๆแต่ได้แชมป์เพียบ ความหมายแบบนี้ดูเหมือนจะเหมาะสมกับ จอร์จินโญ่ มากที่สุดแล้วเพราะเขาไม่มีลีลาแพรวพราว เหมือนซีดานไม่มีลูกบ้าดีเดือดเหมือนการ์ตูนโซ แต่สิ่งที่จอร์จินโญ่มีคือการเล่นบอล สบายๆแต่โคตรได้แปะซ้ายทีขวาที เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างมันง่ายไปหมด ก่อนหน้านี้มีข้อสงสัยถึงฝีเท้าของ จอร์จินโญ่ มากมายครับกูรู้บางคนบอกว่า เขาเป็นเพียงกองกลางอีแปะ ทำได้แค่ออกซ้ายออกขวา ไม่มีทีเด็ดทีขาดที่พึ่งพาได้ พูดก็พูดครับผลงานมันคือคำตอบเอาจริง 8 ปีหลังประสบความสำเร็จได้แชมป์มาครองตั้ง 6 ครั้ง แต่ละครั้งที่ได้แชมป์ไม่เคยซ้ำกันครับ

อารมณ์แบบคนเจ้าชู้ เปลี่ยนคู่ไปเรื่อยร้ายกาจจริง ย้อนกลับไปฤดูกาล 2013-14 อิตาเลียนอินเตอร์ คือแชมป์เปิดซิงใบแรกของจอร์จินโญ่ปีต่อมาฉัน อิตาเลียน ซุปเปอร์ คัพ วินเนอร์ ที่ได้แชมป์ไปของจอร์จินโญ่ในแผ่นดินอิตาลี เรียกได้ว่าเป็นแชมป์กับนาโปลี 2 ปีติดต่อกันครับ 3 ปีหลังจากนั้นเลือดย้ายทีมตามลูกพี่สาลี่มาสวมเสื้อสีน้ำเงิน สโมสรเชลซีและเพียงปีแรกในลอนดอน

ก็ช่วยทีมทันทีครับ 2019 ปีนั้นจัดไป 1 แชมป์ยูโรป้าสำหรับเขาไม่จำเป็นต้องรวยอีก แต่เน้นแบบเรื่อยๆตามสไตล์แกครับ มาดูปัจจุบันกันบ้างคอบอลคงทราบกันแล้ว ทีมชาติอิตาลี มีแกนกลางตัวหลักสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร แถมจอร์จินโญยังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม ประจำทัวร์นาเม้นนี้ด้วย จากผลงานตัดเกมมากสุด 25 ครั้งมากกว่ากองเต้และดีแคนไรท์และที่สำคัญท่านจะทำลายสถิติตัดบอล มากสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโรต่อทัวร์เม้น

โดยเขาทำลายสถิติของ มาร์แชล เดอร์ไซยี่ ที่เคยทำไว้ 24 ครั้งในอดีตณเวลานี้ฟอร์มกำลังเข้าฝักจริงๆครับ หากลองมาคิดดูนี้คงจะเป็นปีที่ดีที่สุดของจอ จอร์จินโญ่ ก็ก่อนหน้าที่เขาจะได้แชมป์ฟุตบอลยูโรเขาเพิ่งชูถ้วย  ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกกับเชลซีมามาดๆ มือยังอุ่นๆอยู่เลยครับคนอื่นยืนตรงไหนไม่รู้ แต่ปีนี้จอร์จินโญ่ยืนหนึ่งในทวีปของจริง เพราะเขาสามารถคว้าแชมป์รายการยุโรปมาครองได้ถึง 2 แชมป์ด้วยกันหนึ่งในนักฟุตบอลตัวอย่างครับ เขาพยายามก้มหน้าก้มตา ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้เพราะเขาต้องการชัยชนะไปลบคำสบประมาท และคำวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อเขา

ดูเหมือนว่าณตอนนี้ เขาทำได้ครับเพราะสามารถเอาชนะทุกอย่าง ด้วยถ้วยแชมป์ระดับทวีปถึง 2 ใบในปีเดียวแถมยังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม ฟุตบอลยูโร 2020 ด้วยและนี่คือความเป็นมาของประโยคที่ว่า เปะง่ายๆแต่ได้แชมป์เพียบของจริงครับ dooball888.com นำเรื่องราวแบบนี้นำเสนอแฟนบอล ทังคนที่เป็นแฟนบอลเชลซีและแฟนบอลอิตาลี คงจะถูกใจไม่น้อยทางเว็บนำเสนอ และใครอยากรู้เรื่องราวนักเตะคนไหน หรือสโมสรที่ท่านชื่นชอบ เข้ามาคอมเม้นใต้เว็บเราได้เลย แล้วเราจะนำเสนอเรื่องราวที่นำชื่นชอบต่อไป และอยากฝากเว็บนี้ไว้ในอ้อมกอดแฟนบอลด้วยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทางเว็บนำเสนอ เรื่องราวกีฬาที่ท่านชื่นชอบต่อไปครับ

จอร์จินโญ่

จอร์จินโญ่ ยอดห้องเครื่องอัซซูรี่สายพันธ์แซมบ้า

คำว่าพายเรือสะกดไว้ในภาษาอังกฤษ PAI คือคำแรกที่จอร์จินโญ่ทักทายโค้ช และเพื่อนร่วมทีมตั้งแต่วันแรก ที่แกย้ายมาค้าแข้งกับเชลซี ด้วยคำว่าพายเป็นภาษาโปรตุเกส ซึ่งเป็นภาษาบ้านเกิดในบราซิล แต่ที่น่าแปลกใจก็คือทำไมถึงใช้คำนี้ทักทายกับทุกคน ก็เพราะว่าคำว่าพายได้แปลว่าสวัสดี แต่มันกลับมีความหมายว่าพ่อ คำทักทายแปลกๆแบบนี้ เนี่ยกลายเป็นคำที่คุ้นหูในถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ ชนิดที่นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชเกือบทุกคน เลือกใช้ทักทายจะแทนที่จะ say hello good morning ไปแต่ทำไมโจ้ถึงทักทายด้วยคำนี้และเรื่องนี้มีที่มาตั้งแต่ในวัยเด็ก และวันนี้ทางเว็บจะเล่าให้ฟังกันครับ

แต่ก่อนอื่นอย่าลืมกดติมตามทางเว็บนะครับ จะได้ไม่พลาดเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับ สโมสรเชลซี อัปเดตเป็นประจำทุกสัปดาห์นะครับ สำหรับเรื่องราวของจอร์จินโญ่ อาจจะเป็นเพราะนิยายน้ำเน่าแนวบ้านแตกสาแหรกขาดก็ว่าได้ กีฬาฟุตบอลระดับโลกหลายคน มักจะต้องเจอตั้งแต่ในวัยเด็กนะครับ ย้อนกลับไปเมื่อปี 1991 มีเด็กทารกตัวน้อยชื่อยาวเรียกแก้มยุ้ย ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวที่ยากจนใน ประเทศบราซิล คุณพ่อเป็นคนตกงานส่วนแม่ก็เป็นอดีตนักฟุตบอลระดับสมัครเล่น ทารกตัวน้อยๆน่ารักคนนั้นมีชื่อเรียกสั้นๆว่า จอร์จินโญ่ ในช่วงที่เกิดขึ้นยังเด็กพ่อกับแม่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงเป็นประจำ ซึ่งเหตุผลหลักๆก็คือเรื่องความยากจน ของครอบครัวและทัศนคติในการเลี้ยงลูก ที่ไปคนละทิศคนละทางนะครับ

เพราะว่าคุณแม่มาเรียก็อยากลูกเติบโต มาเป็นนักฟุตบอลอาชีพประมาณว่าอยากให้ลูกชาย เดินตามความฝันที่ล้มเหลวของแม่ในอดีต ในขณะที่พ่อก็เข้มงวดในเรื่องของการเรียนมากๆ เพราะกลัวว่าลูกชายจะโตมาไม่มีความรู้ พอไปทำมาหากินความยากจนเหมือนกับที่ตัวเองเป็น คนเราทัศนคติมันต่างกันสีไม่เสมอกัน มันก็ไปด้วยกันไม่ได้ครับคนสุดท้ายพ่อกับแม่เขาก็หย่าร้างกันโดยที่พ่อย้ายออกจากบ้านไป แล้วติดต่อไม่ได้อีกเลยจนถึงทุกวันนี้นะครับทิ้งให้ 2 แม่ลูกต้องสู้ชีวิตกันเองทั้งที่เงินจะซื้อข้าวกิน แทบจะไม่มีเลยและการหย่าร้างของพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็กตอนนั้น ได้สร้างแผลในใจให้กับจอร์จินโญ่จนถึงทุกวันนี้

หลังจากชีวิตครอบครัวล้มเหลวครับ แม่ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆแกรู้อยู่เต็มอกก ที่บราซิลไม่น่ามีอนาคตให้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้อีกแน่นอน แม่ของเธอก็เลยตัดสินใจติดต่อคุณตาคุณยายที่อยู่ที่อิตาลี จึงหาผลทางสู้ต่อจนในที่สุดเขาเริ่มโตขึ้นมาเป็นหนุ่มน้อย คุณตาคุณยายก็ช่วยสองแม่ลูกได้ย้ายไปอยู่เมืองเวโรน่า ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีและการย้ายมาอยู่เมืองเวโรน่า ชีวิตของสองแม่ลูกก็ไม่ได้ดีขึ้นนะครับ เพราะแม่ของจอร์จินโญ่ยังต้องทำงานอย่างหนัก มีข้าวกินมีเสื้อผ้าใส่แล้วก็มีที่ซุกหัวนอนที่ผมประทับใจมากที่สุดก็คือ สองแม่ลูกจะยากจนแค่ไหนแต่ความฝันของแม่ ที่จะเห็นลูกชายในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ยังเป็นสิ่งเดียวที่ผลักดันให้แกสู้ตาย

และหลังจากอดทนทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด เขาค่อยๆเก็บเงินได้มากพอที่จะซื้อลูกฟุตบอล เป็นของขวัญให้กับลูกชายได้สำเร็จ ซึ่งลูกฟุตบอลลูกนั้นก็กลายเป็นเหมือนโลกทั้งใบของ จอร์จินโญ่ อย่างที่แกเคยสัมภาษณ์ออกสื่อเมื่อหลายปีก่อน แกบอกว่าผมไม่เคยมีของเล่นไม่รู้จักวีดีโอเกม สิ่งเดียวที่ผมมีในชีวิตก็คือลูกฟุตบอล ในใจตรงนั้นที่เกิดขึ้นตั้งแต่พ่อผมทิ้งไป ก็มีลูกฟุตบอลนี่แหละครับที่เข้ามาเติมเต็มในหัวใจผม แต่ใช่ว่าได้ลูกฟุตบอลแล้วจะได้เป็นทันที ความยากจนและเป็นคนต่างด้าวในยุโรป ทำให้เขาแทบไม่ค่อยมีเพื่อนเตะบอลด้วย

ทักษะฟุตบอลทั้งหมดในตอนเด็ก ที่ได้รับการถ่ายทอดโดยคุณแม่ ซึ่งเป็นแค่อดีตนักฟุตบอลสมัครเล่นเท่านั้น สองแม่ลูกก็ไม่ยอมแพ้แต่หลังจากทำงานอย่างหนัก เพื่อเก็บเงินให้ลูกในที่สุดก็มีเงินพอซื้อรองเท้าสตั๊ดและอุปกรณ์ฝึกซ้อมต่างๆ เพื่อให้ลูกชายใช้งานแต่อย่างที่เราทราบนะครับว่า การเป็นนักฟุตบอลอาชีพคุณก็ต้องเริ่มต้นที่ศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรสักที พออายุย่างเข้า 13 ปีกำลังเริ่มแตกหนุ่มโอกาสที่น่าสนใจก็มาถึงครับ เพราะมีการเปิดโรงเรียนฝึกสอนฟุตบอลแห่งใหม่ ทางภาคเหนือของอิตาลีคือเจ้าของโรงเรียนอนุบาลโปรเจ็คจะปั้นดาวรุ่ง 50 คนเข้าสู่ฟุตบอลลีกของอิตาลี

มีปัญหาของโรงเรียนที่ว่าเนี่ยมันอยู่ห่างจากบ้านประมาณเกือบ 200 โลตัวเขากับแม่แทบจะติดกัน ตั้งแต่จำความได้ก็จำเป็นจะต้องย้ายไปอยู่คนเดียวเป็นครั้งแรก ในชีวิตที่โรงเรียนประจำแห่งนี้ คุณลองนึกภาพนะครับเด็กมัธยมต้นคนนึง ต้องออกไปใช้ชีวิตคนเดียวไกลครอบครัว ใครจะคิดยังไงไม่รู้นะครับแต่ถ้าเป็นผมเอง ก็พูดได้เลยว่าคงจะโคตรเหงาและคิดถึงแม่จับใจเลยทีเดียว เพราะเขาฝึกซ้อมที่โรงเรียนจอร์จินโญ่ก็เริ่มหาเงินก้อนแรกในชีวิตได้สำเร็จ โดยหลังจากเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ กับทางโรงเรียนจะได้ค่าจ้างมานิดหน่อยครับ คิดเป็นเงินไทยแล้วก็ตกประมาณ 800 บาทต่อสัปดาห์ซึ่งเอาเข้าจริงและแค่มาใช้จิปาถะในชีวิตประจำวัน ก็แทบจะหมดเกลี้ยงแล้วนะครับแต่ด้วยความคิดถึงแม่ก็ยอมอดมื้อกินมื้อ เแบ่งเงินประมาณ 200 บาทเอาไว้โทรศัพท์ทางไกลกลับไปหาคุณแม่

ซึ่งจะอดทนทำแบบนี้ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่โรงเรียนฝึกหัดฟุตบอลก่อนที่ความอดทน และความใจสู้ของแกน่าจะเริ่มส่งผลนะครับ เพราะฝีเท้าของจอร์จินโญ่ไปเข้าตามอง สโมสรเวโรน่า แบบเต็มๆเลยพอได้ย้ายมาสังกัดเวโรน่าชีวิตของเริ่ก็ดีขึ้น มีทั้งอาหารการกินและมีที่พักที่ดีขึ้น แทมไม่ต้องอยู่ไกลไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว และโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตก็มาถึงนะครับได้ลงตัวจริงกับทีมในกัลโช่ซีรี่ซีถูกยืมตัวไปใช้งาน 1 ปีเต็มเพื่อขัดเกลาฝีเท้าและไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปเลยครับ แสดงให้เห็นถึงฝีเท้าระดับสุดยอด ในการลงเล่นมากถึง 31 นัดยิงได้ 1 ประตูและแอสซีสถึง 10 ครั้งที่เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง แบบที่มักจะยืนต่ำทำเกมในแดนกลางของตัวเองเป็นหลัก

และพอเล่นได้แจ่มขนาดนี้เลยครับ ต้นสังกัดอย่างเวโรน่าก็ดึงตัวกลับไปใช้งานในปีต่อมาทันที ซึ่งได้รับโอกาสจากต้นสังกัดและก็ตอบแทนความไว้วางใจ ด้วยการพาทีมเข้าชิงศึกเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่ เซเรียอาอิตาลี ซึ่งถึงแม้ว่าจะพลาดท่าแพ้ในนัดชิงครั้งแรก แต่ปีต่อมาเวลาก็เร่งเครื่องทำผลงานเข้าป้ายจบอันดับที่ 2 คว้าโควตาขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จนะครับและแน่นอนว่าคีย์แมนหลักที่ทีม กลับไปสู่สนามอีกครั้งนั้นก็คือจอร์จินโญ่คนนี้แหละ หลังจากทีมเลื่อนชั้นสำเร็จก็เป็นนาโปลีที่เห็นแวว แล้วก็ยื่นข้อเสนอดึงตัวดาวรุ่งบราซิลคนนี้ไปร่วมทีมด้วยสัญญายาวถึง 4 ปีครึ่งแต่ซีซั่นแรกในถิ่นซานเปาโลไม่ง่ายนะครับสำหรับเขา

น้ำตาของคนเป็นแม่จอร์จินโญ่

วันนนี้เรานำเสนอน้ำตาของคนเป็นแม่ จอร์จินโญ่ ภาพผู้หญิงแก่คนนึงที่เดินเข้ามาในร้านค้าของ สโมสรเชลซี เธอเดินตรงไปพร้อมกับจับเสื้อเบอร์ 5 ที่ถูกแขวนไว้แล้วมันทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มันคือเสื้อหมายเลข 5 ของนักเตะสิงโตน้ำเงินคราม ที่สกรีนชื่อด้านหลังว่าจอร์จินโญ่ และน้ำตาที่ไหลออกมา มันแทนสิ่งที่เธอทำมาทั้งชีวิต แล้วมันมีอะไรที่มากกว่านั้น มาเรียเท เรซ่าไฟตาแม่ของจอร์จินโญ่ เธอแยกทางกับสามีในตอนที่ลูกชายอายุเพียง 6 ขวบและเธอต้องเลี้ยงดูลูกชายด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แม้จะเป็นผู้หญิงแต่เธอก็เคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อน เธอจึงเป็นคนสอนเทคนิคต่างๆให้กับลูกชาย

โดยมีชายหาดที่บ้านเกิดเป็นสนามฝึกซ้อมในฝัน เยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อส่งลูกชาย ให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ เธอทำงานหนักไปทุกวัน เพื่อซื้อรองเท้าและลูกฟุตบอลให้กับลูกชายพออายุได้ 13 ปีลูกชายของเธอก็ต้องจากบ้านไปกว่าร้อยกิโลเมตร เพื่อไปร่วมโครงการปั้นเด็กเยาวชน มันเป็นทีมที่ลูกชายไม่มีแม่อยู่ข้างๆ และเขาต้องพยายามสู้ด้วยตัวเอง ต้องทนกับชีวิตที่ไม่สุขสบาย จนสุดท้ายลูกชายของเธอเป็นเด็กเพียงไม่กี่คน ที่ถูกเลือกและได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ไปเป็นเด็กเยาวชนของเวโรน่า สโมสรระดับเซลล์บีแต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตใหม่บนแผ่นดินอิตาลี มันไม่ได้สวยงามอย่างที่ฝัน

เขาได้รับเงินค่าเหนื่อยเพียง 18 ปอนด์ต่อสัปดาห์และเงินส่วนใหญ่ที่ได้รับ มันหมดไปกับค่าโทรศัพท์ เพราะถูกนำไปใช้กับความคิดถึง และเพื่อความอบอุ่นเล็กๆ ที่ต้องอยู่ห่างไกลจากแม่ จนระยะเวลาผ่านไปเขาก้าวสู่ทีมชุดใหญ่กระทั่งปี 2014 เขาได้ย้ายไปร่วมทัพนาโปลีพ ร้อมกับพัฒนาจนกลายเป็นนักเตะตัวหลักของทีม และติดทีมชาติอิตาลีโดยฤดูกาลที่ผ่านมา เขาเป็นนักเตะที่ผ่านบอลสำเร็จมากกว่าผู้เล่นทุกคนใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปและในก้าวสำคัญของชีวิตเ ขาได้ย้ายมาร่วมสโมสรเชลซี พร้อมกับกล่าวว่าความพยายามของคุณมีคุณค่าและความฝันที่ได้มา ไม่ได้เป็นของคุณคนเดียวมันเป็นคำกล่าวของเด็กคนนึง ที่มีวันนี้ได้เพราะความพยายามของแม่ ที่ทำทุกอย่างเพื่อความฝันของลูกชาย จากน้ำตาแห่งความเหนื่อยล่าในวันนั้น กลายเป็นน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ เมื่อเธอได้เห็นชื่อลูกชายบนเสื้อของสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป เมื่อความพยายามทั้งชีวิตเธอได้ทำมันสำเร็จ เมื่อเธอได้เห็นชื่อจอร์จินโญ่ลูกชายของเธอ บนเสื้อเชลซีน้ำตาของคนเป็นแม่มันจึงไหลออกมา