เอมิเลียโน มาร์ติเนซ อย่าจำจุดเริ่มต้น แต่ให้จำตอนจบ

เอมิเลียโน มาร์ติเนซ อย่าจำจุดเริ่มต้น แต่ให้จำตอนจบ

เอมิเลียโน มาร์ติเนซ อย่าจำจุดเริ่มให้จำตอนจบ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ เรายังคงจำกันได้กับภาพความประทับใจ หลังจบเกมเอฟเอคัพนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งอาร์เซนอลเป็นฝ่ายรับการชูถ้วยคว้าแชมป์ด้วยภาพชัดเจนที่สร้างรอยยิ้มและน้ำตา ให้แฟนบอลไหลไปตามๆกันคือพาของเอมิเลียโอมาร์ติเนซ ที่นั่งพิงป้ายโฆษณาและทำการวีดีโอคอลหาคนในครอบครัวเอมิเลียโนมาร์ติเมตรคือคนที่ไม่เคยสงสัย ในความสามารถของตัวเอง และเขาก็มุ่งมั่นพยายามพร้อมรอคอยโอกาส ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่เห็นว่าเขาตัดสินใจย้ายออกจากไอ้ปืนใหญ่ เอมิเลียโน มาร์ติเนซแอสตันวิลล่า ในฤดูกาลนี้เพราะเขารู้ดีว่าตนเองมีสถานะเป็นเพียงมือสอง ต่อจากแบรนด์เลโน่ในทีมอาร์เซนอลฤดูกาลนี้

เอมิเลียโน มาร์ติเนซ กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมสิงห์วิลล่ามา 22 นัดจากทั้งหมด 23 เกมและมีผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างการเก็บคลีนชีต 11 ครั้งมีส่วนสำคัญที่ทำให้วิลล่าสามารถเกาะกลุ่มหัวตารางพรีเมียร์ลีกมาได้ตลอด ตัวเลขการไม่เสียประตูของเขาอาจจะทำให้เราเห็นภาพ เขาเป็นผู้รักษาประตูที่ดีคนหนึ่งแต่ในความเป็นจริง ถ้าใครได้ดูเกมที่วิลล่าลงแข่งและได้เห็นช็อตสำคัญหลายครั้ง ที่มาร์ติเนซนั้นออกมาช่วยทีมมันจะยิ่งทำให้เห็นภาพที่ชัดเจน คิดว่านี่คือผู้รักษาประตูที่ข้ามคำว่าดีไปสู่คำว่าสุดยอด ติดอันดับอีกคนหนึ่งและที่สามารถพูดได้เต็มปากเขาพิสูจน์ให้คนที่ สโมสรอาร์เซนอล ซึ่งสงสัยในฝีมือของเขา ได้เห็นว่าคนเหล่านั้นน่ะคิดผิดอย่างสิ้นเชิง

โดยมาร์ติเนซเล่าว่าผมได้ยินผู้คนพูดเรื่องที่แย่กับผมมาตลอด ก่อนฤดูกาลจะเริ่มแม้ผมจะไม่พอใจแต่ผมก็ต้องเงียบไว้ จนกว่าจะได้โอกาสลงสนามไปแสดงผลงาน ผมไม่เคยตอบโต้อะไรด้วยคำพูดแต่วันนี้ ผมทำให้พวกเขาได้เห็นแล้วว่า ผมมีดีแค่ไหนนี่คือคำตอบของผม ทุกอย่างเริ่มต้นจากการเปลี่ยนภาพให้เห็นเป็นลำดับแรก ที่เป็นเหมือนฝันของเพื่อนทุกคนเซฟจุดโทษได้ในครึ่งเวลาแรก ก่อนที่จะพาวิลล่าจบเก็บชนะเหนือเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดใน แมตที่สองเกมนั้นถือเป็นกฎหมายแรก ที่ทำให้เพื่อร่วมเชื่อใจทันทีแม้จะเป็นทีมใหม่ แต่เขาก็สามารถโชว์ผลงานดีๆเหมือนมาร์ติเนซคนเดิม ที่คว้าแชมป์ได้จากจุดนั้นเองที่เขาได้รับการยอมรับจากเพื่อนใหม่อย่างเต็มเปี่ยม รวมถึงบุคลิกของเขาที่เป็นคนสงบและน่ารัก ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของทีมวิลล่าพาร์คให้เต็มตัว

สถิติของเขาในตอนนี้ยังถือเป็นสถิติดีที่สุดอันดับที่ 2 ของลีกโดยเป็นรองเป็นแค่นายด้านของ สโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ เป็นแค่คนเดียวเท่านั้นขณะเดียวกัน เขายังมีสติสำคัญได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงอย่างมาก ในหมู่คนเฝ้าสังเกตการณ์และมันเป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้วิลล่าได้แต้มจากการแข่งขันหลายต่อหลายนัด เป็นความสำเร็จที่ชัดเจนซึ่ง เอมิเลียโน มาร์ติเนซติ ทำได้แต่ตัวเขาก็ให้การยอมรับกับสื่อว่า เขาไม่ต้องการสร้างความประทับใจหรือจะเอาชนะใจใคร เพราะเขาคิดแค่อยากให้แนวรับรู้สึกถึงความมั่นใจ เวลาที่มีเขายืนปักหลักอยู่ก็เท่านั้นเอง

daily mail คนของอาร์เซนอลที่เป็นผู้ค้นพบที่ อาร์เจนตินา และเล่าถึงมาร์ติเนซว่าผมไม่เคยสงใสในความสามารถของเขา ปฏิกิริยาและการยืนตำแหน่งที่ดีของเขานั้นคือจุดเด่นที่ผมเห็นมาตั้งแต่เขายังเด็ก ยังถือเป็นชัยชนะของมาร์ติเนซอย่างเต็มตัว เกมที่เขาต้องพาวิลล่าไปพบกับอดีตต้นสังกัดของเขา ทั้งสองเกมเหย้าเยือนสามารถพาวิลล่านั้นเอาชนะได้ทั้ง 2 เกมโดยที่เขาเก็บคลีนชีตได้ทั้งสองครั้ง ทีนี้หากมีบางคนตั้งคำถามว่า มันจะไปส่งผลอะไรตรงจุดนี้ก็มีหลักฐานยืนยันว่า แอสตันวิลล่าที่มีมาร์ติเนซกับไม่มีเขานั้นต่างกันยังไงเอาแบบง่ายที่สุด ในซีซั่นที่วิลล่าใช้ผู้รักษาประตูไปทั้งหมด 4 คนในตลอดเส้นทางกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาล

ใน 38 เกมลีกวิลล่าเสียประตูไปมากถึง 67 ลูกขณะที่ฤดูกาลนี้ 21 นัดเกินครึ่งทางของฤดูกาลตัวเลขการเสียประของวิลล่าลดลงมาอยู่ที่ 24 ลูกเท่านั้นแถมผลต่างประตูได้เสียยังเป็น + 12 ลูกอีกต่างหากเรื่องต่อมาก็คือมาร์ติเนซ มีตัวเลขการเคลียร์บอลเพียง 1 ครั้งเท่านั้นหากว่ามันบ่งบอกถึงอะไรแน่นอนครับ มันบ่งบอกถึงการที่เขาเป็นผู้รักษาประตูที่ใช้มือรับบอลที่ยอดเยี่ยมด้วย หากเอาไปเทียบกับผู้รักษาประตูคนอื่น จะเห็นภาพชัดเป็นต้นว่าเข้ากับนายด่านนิวคาสเซิลมีตัวเลขการชกบอลที่ 24 ครั้งส่วนตัวแทนพี่ฟอร์ดมีตัวเลขการชกบนอยู่ที่ 14 ครั้งเป็นต้นซึ่งการที่เหนียวหนึบนี้เอก ที่เป็นเคล็ดลับของมาร์ติเนซกล่าวว่า การเป็นผู้รักษาประตูในนิยามของผม มันไม่ใช่ว่าคุณต้องโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดบอลสร้างความประทับใจ

สำหรับผมแค่เพียงรับลูกให้มือ แค่นั้นก็สร้างความมั่นใจให้กับกองหลังที่เล่นร่วมกันได้อย่างมากแล้ว นอกจากตัวเลขการชกบอลน้อยเขาจะมีตัวเลขการพุ่งเซฟแบบรับบนพื้นที่จำนวน 9 ครั้งซึ่งบ่งบอกว่าจุดเด่นขอมาร์ติเนซ คือการใช้เมืองรับคำยืนยันจากปากของเชอรี่เพตั้นอดีตโค้ชของเขาที่อาร์เซนอล ได้บอกไว้ชัดเจนว่าสร้างความประหลาดใจให้เขาเลย เกิดมาเพื่อใช้สองมือรับบอลและนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ผู้อดทนรอคอยโอกาสของตนเองมาร่วม 10 ปีจนมาถึงวันนี้เขาก็ไขว่คว้ามันไว้ในอ้อมกอดได้ใช้สองมือประคองก่อนโอกาสนั้นไว้อย่างแนบแน่น อนาคตเราไม่อาจรู้ว่าแอสตันวิลล่าจะมีผลงานจบที่อันดับเท่าไหร่ในบางที พวกเขาจะได้ตั๋วไปลุยฟุตบอลยุโรปในซีซั่นหน้า ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงอย่าได้แปลกใจถ้าใช้ชื่อว่า มาร์ติเนซจะถูกโหวตจากแฟนวิลล่าให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสร

ชีวิตของคนเรามันก็เหมือนภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่ง ได้ทำการเปรียบเปรยเอาไว้ทุกคนไม่จดจำหรอก พวกคุณเริ่มต้นยังไงเหมือนกับคนที่ไม่จำหรอกว่า หนังเรื่องนี้วิชาเป็นแบบไหนแต่มันสำคัญที่ว่าคุณจะทำอย่างไร ให้ในชีวิตเรื่องนี้ของคุณจบลงแบบน่าประทับใจ เพราะสุดท้ายแล้วคนมันจะพูดถึงตอนจบมากกว่าตอนเริ่มต้นเสมอ ผมอยากทำผลงานให้ดีเพื่อจะได้สร้างตอนจบในแบบที่ทุกคนต้องไม่ลืม นั่นแหละที่ผมตั้งใจไว้ขอขอบคุณที่อ่านจบ ไม่ลืมครับอยากแนะนำให้คุณรู้จักเว็บ dooball888.com เว็บแรกในไทยวงการฟุตบอลที่เต็มไปด้วยเรื่งราวที่น่าสนใจมากมายครับ

เอมิเลียโน มาร์ติเนซ

เอมิเลียโน มาร์ติเนซ โกลคีปเปอร์ผู้ถูกมองข้าเสมอ

นึกถึงนักเตะในตำแหน่ง ผู้รักษาประตูของอาร์เซนอลตลอด 10 ปีมานี้การได้เห็นผู้รักษาประตู ปีเตอร์ เช็กผู้รัษาประตูอาร์เซนอล ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันยืนเฝ้า เป็นภาพที่แฟนบอลคุ้นเคยและชินตา สำหรับคีปเปอร์ในสังกัดอาร์เซนอล คนที่กำลังดิ้นรนต่อสู้อย่างหนัก ในเส้นทางอาชีพค้าแข้งหากเทียบกับผู้รักษาประตูระดับ ท็อปที่ผมกล่าวไว้เมื่อตอนต้น ชีวิตของเขาต่างกันราวกับโลกคู่ขนาน ใช่แล้วครับผมกำลังพูดถึง เอมิเลียโน มร์ติเนซ นักเตะที่อยู่กับทัพปืนใหญ่มากกว่า 10 ปีเต็มจนปัจจุบันเขาอายุ 27 แล้วคำถามคือทำไมเราแทบไม่คุ้นชื่อหรือแม้แต่จะจดจำใบหน้าของเขาคนนี้ได้เลย

ทั้งที่เจ้าตัวอยู่กับทีมอาร์เซนอลมายาวนานขนาดนั้น คำตอบที่มาร์ติเนซไม่เคยถูกเลือกเริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลกับทีมปืนใหญ่ โดยวันที่เขาต้องเดินทางออกจากอาร์เจนติน่า ตั้งแต่อายุ 17 ยอมห่างไกลบ้านเกิดเพื่อความฝัน จะเป็นนักเตะอาชีพและความหวังที่จะพาครอบครัว ลืมตาอ้าปากได้สักทีแต่ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีอะไรง่ายเลยครับบทบาทของ มาร์ติเนซกับอาร์เซนอล ตลอด 10 ปีมานี้คือคีปเปอร์ถูกมองข้ามเสมอ เขาถูกสโมสรปล่อยยืมมาแล้ว 6 ครั้งซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงไปวนเวียนอยู่ใน championship ในทีมวัชฟอร์ซยูไนเต็ดเชฟฟิลด์เว้นส์เดย์และเขาเคยถูกเกตาเฟ่ ยืมตัวไปเพื่อนนั่งสำรองส่วนสถานะกับต้นสังกัดอย่างอาร์เซนอล จะบอกว่ามาร์ติเนซเป็นผู้รักษาประตูมือสองก็ไม่ใช่ครับ

เพราะบทบาทจริงๆที่ได้รับค่อนไปทางตัวเลือกอันดับ 3 หรือ 4 ด้วยซ้ำวงการลูกหนังไม่ว่าจะด้วยระดับฝีเท้าหรือจังหวะชีวิต ที่ไม่เคยเป็นใจก็ตามแต่หากคนไร้ตัวตน และถูกปล่อยยืมเป็นว่าเล่นจนอายุอานามล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว การตัดใจหาที่ใหม่มันก็ลดระดับ ความเข้มข้นของการแข่งขันที่สูงเกินไป คงเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าเยอะเลย เพราะว่าสำหรับมาร์ติเนซเขาไม่ได้เลือกทางนั้น และสิ่งที่เขาทำมาตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมาคืออดทนกับทุกสิ่ง เตรียมตัวให้พร้อมแล้วรอโอกาสอย่างใจเย็น เข้าถูกดึงตัวกลับทีมปืนใหญ่ หลังปีเตอร์เช็กอำลาสโมสรเมื่อปีก่อน แล้วก็ตัดสินใจเลือกมาร์ติเนซกับทีม พร้อมกับมอบตำแหน่งโกมือสองต่อจากแบรนด์เลโน่ให้แก่เขา และสิ่งที่มาร์ติเนซเฝ้ารอทั้งชีวิตก็มาถึง

มือผู้รักษาประตูตัวจริงบาดเจ็บหัวเข่า จะต้องพักยาวโอกาสที่ได้รับคือการเฝ้าเสาพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย ก่อนจะลงเล่นถ้วยเอฟเอคัพมาจนถึงเกมนัดชิง และเรื่องราวต่อจากนั้นคือความฝันที่กลายเป็นจริง มาร์ติเนซโกคีปเปอร์ ผู้ถูกมองข้ามเสมอมาอาร์เซนอลคว้าแชมป์เอฟเอคัพสมัยที่ 14 ได้สำเร็จโดยหลังเกมจบมาร์ติเนซให้สัมภาษณ์ว่า ผมพูดอะไรไม่ออกจริงๆก่อนจะหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายด้วยความตื้นตัน สิ่งที่เขาทำต่อจากนั้นคือการปลีกตัวไปนั่งในมุมเงียบๆ ก็โทรหาครอบครัวครับไม่รู้ว่าเจ้าตัวพูดอะไรบ้าง แต่ด้วยสีหน้าและแววตา คงกำลังอยู่ในโมเม้นดีที่สุดในชีวิต

เมสซี่ถึงมาร์ติเนส ขอบคุณนายจากหัวใจเลยน้องชาย

ทีมฟ้าขาวพาชาติบ้านเกิดเขาชิงโคปาอเมริกา ทั้งที่เพิ่งลงสนามให้ทีมชาติเพียง 7 เกมใช้จิตวิทยาใส่คู่แข่งจนสมาธิปั่นป่วนเซฟจุดโทษ 3 จาก 5 ลูกย้ำว่า 3 จากทั้งหมด 5 ลูกนี้คือผลงานชิ้นเอกของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซทีมชาติอาร์เจนติน่า ในเกมระหว่างโคลัมเบียกับอาร์เจนติน่า ถ้าใครได้ดูเกมเซฟจุดโทษลูกสุดท้ายของคาโลน่า มาร์ติเนซและเหล่านักเตะฟ้าขาวก็พุ่งพล่านไปทั่วสนาม เพื่อนร่วมทีมทุกคนวิ่งกรูเข้าหาโกคีปเปอร์ พวกเขากอดกันตัวกลมมันก็โยนขึ้นฟ้าราวกับจะบอกว่านายคือฮีโร่ของเราเพื่อน หากแต่ท่ามกลางวงล้อมที่กำลังหมุนรอบด้วยความดีใจสุดขีด มีนักเตะคนนึงดึงตัวมาร์ติเนซออกมา สวมกอดอย่างเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่ภาพที่ออกมากับทรงพลังและรับรู้ได้ว่า เขาอยากขอบคุณรุ่นน้องคนนี้จากหัวใจจริงๆ ใช่ครับนั้นคืนกัปตันทีมผู้หมายมั่นปั้นมือ จะสัมผัสโทรฟี่เมเจอร์ทีมชาติสักครั้งก่อนเลิกเล่น

นี่จะเป็นเพียงรอบรองยังไม่ถึงแชมป์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกเซฟได้ต่อลมหายใจเฮือกใหญ่ให้ ลิโอเนล เมสซี่ กับอาร์เจนติน่าเหมือนชีวิตที่ต้องคำสาปของเขาเข้าชิงโคปา 3 ครั้งและฟุตบอลโลกอีกหนึ่งผลในบทสรุปก็จบลงด้วยความผิดหวังอยู่ร่ำไปอีก ทุกวันนี้ในวัย 34 ปีเมสซี่ก็ยิ่งเหลือเวลาน้อยลงทุกทีแล้ว โดยปัจจัยทั้งหมดเราจะเห็นเมสซี่ทำทุกทางและทุ่มเททุกอย่างให้โคปาคราวนี้ 4 ประตูจากการลงสนาม 6 นัดคือผลงานส่วนตัวที่กล่าวได้ว่า ชายคนนี้แบกทีมอีกครั้งคือเกมล่าสุดกับโคลัมเบีย โดนเข้าหนักจนเลือดซึมตรงข้อเท้าด้านซ้าย แต่เขากัดฟันเล่นต่อไม่ยอมขอเปลี่ยนตัว ก่อนจะเดินออกไปยิงจุดโทษด้วยเท้าข้างที่กำลังเจ็บอยู่

แน่นอนเมสซี่ยิงเข้าไปคนแรก เท่ากับว่าต่อจากนี้ต้องฝากความหงไปกับเพื่วัอนร่วมทีมที่เหลือ และผู้รักษาประตูอย่างมาร์ติเนซ เราเชื่อมั่นในตัวเขาเมสซี่กล่าวถึง รุ่นน้องด้วยความมั่นใจและมาร์ติเนซก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เขานี้เซฟจุดโทษ 3 จาก 5 ลูกทัพฟ้าขาวได้เข้าชิงเขาคนนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่ว่าไปชีวิตของเอมิเลียโน่มาร์ติเนซมันจะมีสุดยอด โมเม้นให้ทุกสายตาต้องหันไปมองที่เขาเสมอ ตอนคว้าแชมป์เอฟเอคัพกับอาร์เซนอล โทรหาครอบครัวทั้งน้ำตานั่งก่อนโทรฟี่ที่อัดแน่นด้วยอารมณ์ ในการปลดเปลื้องความรู้สึกตัวสำรองของเขา ยังคงตราตรึงใจใครหลายคนไม่เคยลืม มาวันนี้มาร์ติเนซคนเดิมพาทัพฟ้าขาว เข้าชิงฟุตบอลระดับทวีปครั้งแรกในชีวิต และกลายเป็นฮีโร่ของคนที่ต้องแบกความหวังชาวอาร์เจนไตน์อีก มองย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นละครชีวิตบทนี้ เดินทางมาไกลมากๆครับสำหรับผู้รักษาประตู ที่ไม่มีใครรู้จักเมื่อ 2 ปีปัจจุบันเขาพาตัวเองมาไกลเกินฝันแล้วจริงๆ

จากผู้รักษาประตูที่ถูกมองข้าม จากสโมสรที่เขานั้งรอโอกาสมากถึง 10ปี จนวันนี้ทั้งโลกต่างรู้จักชายคนนี้ คนที่ทำให้เมสซี่รู้สึกกับความสุขที่เขามี ในการขึ้นไปคว้าแชมป์ถ้วยโคปาอเมริกาครั้งสุดท้ายก็เป้นไปได้ เพราะเมสซี่เหลือเวลาในการเล่นอีกไม่มาก ครั้งนี้อาจจะเห็นเขาลงเล่นในถ้วยโคปาอเมริกา เป็นครั้งสุดท้ายที่พยามเต็มเติมถ้วยรางวัล ที่เมสซี่อยากได้มาประดับบารมีตัวเองีกถ้วย และชายคนที่ทำให้เมสซี่รู้สึกอยากครอบคุณมากที่สุด ผู้รักษาประตูที่เป็นโกคีปเปอร์มาร์ติเนซ คนที่ไม่ยอมแพ้จนวันนี้ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง ในทีมชาติอาร์เจนติน่าและสโมสรวิลล่า