เนมานย่า วิดิช

เนมานย่า วิดิช เดอะ เซอร์บิเนเตอร์

เนมานย่า วิดิช จิตใจของเขามั่นคงอย่างภูเขา ร่างกายของเขาแข็งแกร่งดั่งหินผา การบัญชาเกมรับของเขา เต็มไปด้วยความดุดันและมั่นคง ในบทบาทของการเป็นกัปตันทีม เขามีภาพจะไม่ต่างอะไรกับผู้ยิ่งใหญ่ ที่ช่วยทำให้อาณาจักรสีแดงแมนเชสเตอร์เกรียงไกร แล้วเวลาในช่วงเดือนธันวาคมปี 2517 ประกาศการเซ็นสัญญาล่วงหน้าตัวเพียง 7 ล้านปอนด์มาจากสปาร์ตักมอสโกรัสเซีย เวลานั้นเกิดคำถามขึ้นที่ริมฝีปากกับทุกคน วัยหนุ่มคนนี้เป็นใครมาจากไหน
และโปรไฟล์ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน กับค่าตัวที่ถูกแค่ 7 ล้านปอนด์มันจะเอาตัวรอดในพรีเมียร์ลีกไปได้สักกี่น้ำ ในบริบทของทีมปีศาจแดงในเวลานั้น กำลังขาดคนได้รับไว้ใจเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระหนักของเฟอร์ดินาน เดอะ เซอร์บิเนเตอร์วิดิช ในความพยายามอย่างหนักและจิ๊กซอว์สำคัญ ที่ท่านเซอร์มีการส่งทีมเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ ศึกษาข้อดีข้อด้อยและสำคัญคือเรื่องอุปนิสัยใจคอ ที่เซอร์จึงให้ความสำคัญกับเรื่องที่จะซื้อเข้ามา ซึ่งตรงจุดนี้มีปัญหาวิดิชสอบผ่าน แบบสบายๆที่ไม่ค่อยมีใครรู้ ก็คือปัญหาเคยอยู่ในความสนใจของสโมสรอาร์เซนอลด้วยเช่นกัน
แต่ทุกอย่างกับพังอาร์เซนอลส่งไปดูฟอร์มเกมทีมชาติ ซึ่งวิดิชโดนใบแดงไล่ออกจากสนามวันนั้น ที่ไปดูฟอร์มจึงเขียนลงไปในรายงานส่งกลับมายังอาร์เซนอล เชื่อว่าเป็นผู้เล่นกองหลังที่เขาพิดพาด มีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ และไม่นิ่งพอจะรับมือกับความกดดัน ความสงสัยของแฟนบอลปีศาจแดงที่มีต่อ เนมานย่า วิดิช นั้นคือความไม่มั่นใจว่านักเตะคนนี้ จะสามารถเข้ามาเป็นกำลังหลักได้ไหม ไม่มั่นใจเพราะมันกระทบกับตัวของเฟอร์ดินาน ภายหลังว่าตอนนั้นตัวเขาจะสงสัยว่า ให้ผมไปเอาเด็กที่ไหนมาเล่นกับเขาเนี่ย
ขณะเดียวกันที่ผ่านมาที่โลกตะวันออก ไปไม่ค่อยได้ยินด้วยไม่เคยมีคนรู้จักแผนที่โลกตะวันออก ที่จะสอบผ่านการเล่นแต่ก็มีปัญหาเรื่องการปรับตัว รวมถึงเรื่องสัญญาอยู่บ้างขณะที่หนึ่งแข่งจากโลกตะวันออก ที่มาสอบกับชีวิตลูกหนังในโรงละครแห่งความฝัน มันจะเป็นไปตามที่หลายคนคาดไว้ ช่วงแรกวิดิชกับการเล่นกับอีกคนชื่อว่าคนเก่งที่สุด เขาปรับตัวไม่ได้เล่นผิดพลาดหลายครั้ง จนซือนำมาขยายบาดแผลจากการผิดพลาดแต่ละครั้ง ที่ล้มเหลวก็ผิดพลาดแบบเจาะจงด้วยว่า จุดอ่อนที่สุดของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
นี่คือบททดสอบความสำคัญของ เนมานย่า วิดิช ที่จะต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้แต่ด้วยนิสัยส่วนตัว ที่เป็นคนพูดน้อยชอบยิ้มรับแบบไทยๆ เวลาพูดภาษาอังกฤษตรงจุดนี้ครับทำให้เพื่อนและสตาฟฟ์โค้ช ทีมปีศาจแดงรู้สึกเห็นอกเห็นใจ หรือก็คืออารมณ์แบบเอ็นดูในประเทศไทย ทำให้ทุกคนต่างก็เต็มใจจะยื่นมือมาช่วย ในการปรับตัวเฟอร์กี้ก็ใช้วิธีการปกครองที่ยอดเยี่ยม จนวิดิชรู้สึกจริงๆว่าสโมสรแห่งนี้คือครอบครัว มากกว่าจะเป็นแค่ทีมฟุตบอลทั่วไป
วิธีนี้พี่เลี้ยงชื่อลีโอจากการที่ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ มักจะคอยให้คำแนะนำและให้ความรู้ ในการเล่นฟุตบอลในลีกอังกฤษ เตรียมสอนวิชาไว้กับตัวเองก่อนจะนำมาประยุกต์ ให้เข้ากับบุคลิกและแนวทางการเล่นของตัวเอง นั่นแหละครับคือจุดกำเนิดของปรากานหลังเจ้าของฉายา เดอะ เซอร์บิเนเตอร์ ที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาจับคู่กับลีโอได้อย่างเข้าขา และรู้ใจปีศาจในยุคนั้นลีโอเหมือนฝ่ายบุ๋น ที่จะเป็นคนคอยใช้สมองอ่านจังหวะเกม ส่วนวิดิชจะเป็นฝ่ายผู้ที่จะใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย และหัวใจที่เขาชนเข้าประทะในจังหวัดแรก
โดยที่ไม่เคยกลัวว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บ แม้แต่จังหวะห้าสิบห้าสิบก็พร้อมจะพุ่งเข้าใส่เสมอ ทุกอย่างในการเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด ระหว่างกันและกันที่ปีศาจแดง สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในการคว้าแชมป์รายการใหญ่ อย่างที่คิดโดยที่ในเกมลีก 38 นัดช่วยให้ทีมเสียไปแค่ 22 ลูกค้าในเกมยุโรปตลอดเส้นทาง 13 นัดก็เสียไปแค่ 6 ลูกเท่านั้นความสำเร็จของวิดิชไม่ใช่เพียงเพราะเขาได้รับการช่วยเหลือ จากเพื่อนร่วมทีมและสตาฟฟ์โค้ชสโมสรปีศาจแดง ตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญด้วย เพราะเขาเป็นผู้ที่ดิ้นรนมองหาคุณครูภาษาอังกฤษ มาสอนภาษาให้เขาถึงบ้านรวมถึงการเรียนรู้จริงจัง เลยพยายามใช้ภาษาอังกฤษพูดคุยกับผู้คน ในชีวิตประจำวันตลอดเวลาหรือไม่กลัวว่าจะผิด หรือถูกยังไงจนที่สุดเขาก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดี
แล้วมันก็ทำให้การเล่นของเขาดีตามไปด้วยเลย บุคลิกส่วนตัวที่มีเป็นคนที่มาให้กำลังใจ ปุกกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมทำให้ได้พบปะสังสรรค์ มองเห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำ ในตัวของกองหลังรายนี้ จนที่สุดก็เรียกว่าปลอกแขนกัปตันทีมนั้นสวมใส่ตลอดเวลา เนมานย่า วิดิช ยืนยันเป็นกำแพงน้ำแข็งแกร่ง ให้หลังบ้านของปีศาจแดงเขาพาทีม เนมานย่าวิดิชคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก มาครองได้ถึง 5 ครั้งรวมถึงเป็นแชมป์ยุโรปกับแชมป์สโมสรโลกอย่างละ 1 ครั้งก่อนที่สุดท้ายวิดิชจะย้ายออกไปจากทีม หลังจากที่ท่านเซอร์ตัดสินใจวางมือจากการทำหน้าที่คุม
ทีมในปี 2013 ก่อนการมาถึงของ เนมานย่า วิดิช ว่ากันว่าโลกนี้มีสิ่งมหัศจรรย์ที่เป็นกำแพง อยู่เพียงอย่างเดียวนั่นคือกำแพงเมืองจีน ที่สร้างในยุคสมัยของจิ๋นซีฮง แต่กล้าเวลาลูกวิดิชทำให้โลกได้เห็นว่า ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่เป็นกำแพง เหมือนกันเกิดจากการรวมกันของตัวเขา กับลีโอจึงก่อให้เกิดเป็นตำนานกำแพงสีแดงแห่ง แมนเชตเตอร์ยูในเต็ด คู่กองหลังดีที่สุดในโลกในทีมปีศาจแดงและการนำเสนอจาก dooball888.com ทำให้ทุกคนได้รับรู้คู่หูดีที่สุดในโลก

เนมานย่า วิดิช

เนมานย่า วิดิช คู่เซนเตอร์ดีที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก

เนมานย่าวิดิชคู่เซนเตอร์ที่ดีที่สุดตลอดกาลพรีเมียร์ลีก เย็นกับน้ำแข็งเข้าปะทะอย่างทรงพลัง นับจนถึงณวินาทีนี้ยังไม่มีคู่เซนเตอร์คู่ใด ดีไปกว่านี้ในเกาะอังกฤษคู่เซ็นเตอร์ทั้งสองคนคือกองหลังที่น่ากลัวที่สุดในโลก ณ เวลานั้นช่วงเวลาที่ไม่มีคู่เซนเตอร์คู่ใดในโลก ดีกว่านี้อยู่ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สั่นสะเทือนโลกทั้งใบยุคที่คู่เซนเตอร์ ของพวกเขาชื่อวิดิชกับลีโอวิญญาณมันเพิ่มจากการที่อยู่ในค่าตัวระดับโลกย้ายมาในปี 2002 ด้วยราคามหาศาลถึง 30 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นสถิติโลกในตำแหน่งกองหลังณเวลานั้น หลังจากนั้น 3 ปีให้หลังจากที่กองหลังวิดิชย้ายมาจากสปาร์ตักมอสโกในราคาแค่ 7 ล้านปอนร์มันไม่มีใครเห็นด้วย
กองหลังที่เข้าแบบหนักหน่วง และมีภาพที่เสี่ยงทางสำหรับหวีดแล้วครั้งหนึ่ง เขาเคยถูกแมวมองอาร์เซนอลบอกว่า ไม่น่าเล่นในพรีเมียร์ลีกได้เพราะว่าเขา เข้าสกัดผิดพลาดเกินไปแม้แต่ตัวของลีโอเฟอร์ดินานเองก็ยังกลัวในใจลึกๆว่า จะเป็นแบบนั้นโดยที่ลีโอได้กล่าวไว้แบบนี้ครับในนาทีแรก ผมไม่คิดว่าปราการหลังจากแดนไกลคนนี้ จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีของผมได้ด้วยซ้ำ ผมกลัวเหลือเกินว่าเขาจะทำให้งานของผมหนักกว่าที่เคยเป็น ลีโอเฟอร์ดินานกล่าวเอาไว้แบบนี้ครับ นัดแรกที่ต้องพูดถูกส่งลงสนามพร้อมกัน ปีศาจแดงก็แพ้แบล็กเบิร์นด้วยการโดนยิงไปถึง 4 ประตูหลังจากนั้นพวกเขาทั้งคู่ต้องใช้เวลาปรับตัวถึง 8 เดือนเลยครับจากการสื่อสารและความเข้าใจกัน
และหลังจากช่วงเวลาเหล่านั้น มันกลายเป็นตำนานที่โลกไม่มีวันลืม ทั้งสองคนสื่อสารและเข้าใจกันเป็นหนึ่งเดียว สื่อสารกันในทุกช่วงเวลาอย่างลึกซึ้ง และการปรับตัวของลีโอเฟอร์ดินานและเนมานย่าวิดิช นำมาสู่ฟอร์มอันยอดเยี่ยมที่โรงละครแห่งความฝัน ยังคิดถึงทุกวันนี้ทั้งคู่ถูกยกให้เป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ในสนามแค่มองตาก็รู้ใจกันแล้วเอาไว้แบบนั้น กล่าวถึงอวัยวะพวกเราสามารถเล่นด้วยกัน โดยแทบไม่ต้องพูดเลยด้วยซ้ำเขาจะรู้ว่า ควรจะวิ่งไปทางใดผมจะรู้ว่าคนหัวมุมตรงไหน หากมองพลาดจะถอยหลังมาซ้อนเขาไว้ เขาคือสิ่งที่ดีที่สุดของผมจริงๆลีโอกล่าวเอาไว้แบบนั้น
และหลังจากนั้นในฤดูกาล 2006-2007 เนมานย่าวิดิชสโมสรแมนเชตเตอร์ยูในเต็ด เสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 เป็นรองแค่สโมสรเชลซีที่ใช้จอห์นเทอร์รี่ แต่อย่างไรก็ตามครับฤดูกาลนี้มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากฤดูกาลดังกล่าว แมนเชตเตอร์ยูในเต็ดก็ไม่เคยเป็นรองทีมในลีกเลยฤดูกาล 2007-2008 ลีโอเฟอร์ดินานและวิดิชพิสูจน์ว่าเขาคือของจริง คู่เซนเตอร์เสียประตูน้อยที่สุดพรีเมียร์ลีก ในลีกเพียง 22 ประตูจาก 38 นัดและเกมรับเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้ได้แชมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกสมัยที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสรศาสตร์การเล่น ของคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่วิดิชและลีโอทำในเกมการแข่งขัน คือให้วิดิชชนเป็นตัวแรกและยืนอ่านทางเก็บในจังหวะที่ 2 แม้ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แต่จุดหมายพวกเขาคือสิ่งเดียวกันคือทำยังไงก็ได้ไม่ให้ทีมเสียประตู และสิ่งที่การันตีว่าเขาเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลกคือแชมป์ 5 สมัยแชมเปี้ยนลีก1สมัยและแชมป์โลก1สมัยได้รู้จักตำนานแท้จริง และต่อไปคือคำกล่าวยกย่องจากตำนาน ตำนานจากคนในวงการ

ความแตกต่างที่ลงตัว เนมานย่าวดิช

ความแตกต่างที่ลงตัวเนมานย่าาวิดิช กองหลังที่แข็งแกร่งคือจุดเริ่มต้นของการสร้างทีมที่ยอดเยี่ยม ซึ่งก็เป็นที่ดีนะครับกับเปรียบเสมือนเสาเข็ม ที่มั่นคงปลอดภัยการเล่นคู่กันของ เซนเตอร์เขาทั้งคู่คือผู้สร้างความมั่นใจ ให้กับทีมซึ่งมันทำให้ทีมมีความมั่นใจ ในการสร้างฟุตบอลเกมรุกได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงกองหลังนึกว่าทั้งคู่จะแทรกขึ้นมา เติมเกมรุกในบางครั้งก็ตาม โดยทั่วไปแล้วที่สามารถเล่นคู่กันได้ ซึ่งหาได้ยากมากและเนมานย่าวิดิช เป็นหนึ่งในคู่หูที่อาจจะไม่มีสกิลในการประสานงาน กันมากสักเท่าไหร่รวมถึงในทัศนคติในการเล่น ก็ไม่เหมือนกันดูเหมือนว่ามีช่องโหว่เล็กๆ ระหว่างเขาทั้งคู่แต่สุดท้ายข้อดีด้านความเยือกเย็น และความรู้มารวมกันอยากลงตัว คนหนึ่งควบคุมการตั้งโซนรับอีกคนหนึ่งเขาแย่งกันอย่างเกรี้ยวกาจแน่น
ทำให้ทั้งคู่เกิดเป็นคู่หูที่แข็งแกร่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกทุกปี 2000 แล้วต้องยกเครดิตให้กับทีมมอบความเชื่อถือ ในตัวของเขาทั้งคู่เลยเป็นผู้ที่เข้ามาก่อน ได้คิวก่อนเขาถูกกดดันจากแฟนด้วยเป็นสถิติกองหลังแพงที่สุดในโลกณเวลานั้น หลังจากที่เนมานย่าวิดิชฤดูกาลแรกของเขา จะจบด้วยการเป็นแชมป์ในทันทีแต่ในช่วงเปิดฤดูกาลถัดมา เขาเริ่มต้นได้ไม่ดีนักเนื่องจากเขาไม่ได้รับการตรวจพบสารกะตุ้นเมื่อปี 2003 จนทำให้เขาต้องจ่ายค่าปรับ 5,000 ปอนด์และถูกแบนห้ามลงเล่นถึง 8 เดือนแรกของฤดูกาลจนเกือบตายไปตั้งแต่ที่ถูกลืมไปแล้ว ในฤดูกาลนั้นจนกระทั่งในปี 2004 เฟอร์ดินานก็สามารถกลับมาได้ และเป็นเซ็นเตอร์ตัวหลักของทีม
เพียงคนเดียวที่มีคู่หูชั่วที่คอยสลับสับเปลี่ยนกันไป จนกระทั่งการมาของวิดิชปี 2006 ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนแปลงไปย้ายมาด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์จากสโมสรในรัสเซียซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก ในการที่เขากลายมาเป็นหนึ่งในคู่กองหลังที่ดีที่สุดในโลก ของฟุตบอลยุคใหม่แม้ว่าจะไม่มีข่าวกับแมนยูไนเต็ดอย่างชัดเจน ในก่อนที่จะชูเสื้อในช่วงเวลานั้นนะครับเขามีข่าวกับฟิออเรนติน่าอย่างมาก จนถึงขั้นมีสื่อลงว่าได้ตกลงค่าตัวกลับเมืองฟอเรนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่ยูไนเต็ดกันขโมยตัดหน้าไปอย่างหน้าตาเฉย เป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับเด็กที่แมนยูไนเต็ด เนมานย่าวิดิชนักเตะทีมชาติกเซอร์เบีย โดยในช่วงแรกๆกระทั่งในที่สุดเขาสามารถต่อสู้และปรับตัวได้สำเร็จทีม จนกลายเป็นอย่างนี้เป็นคนสำคัญในยุคที่ 3 และสุดท้ายของตระกูลเกเซอร์ในสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เริ่มต้นการเป็นผู้นำได้อย่างจริงจังในช่วงกลางฤดูกาลปี 2007-2008 ทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่แท้ของกันและกัน ตลอดมาถึงแม้ว่าความแตกต่างสไตล์การเล่น จะทำให้ทั้งคู่ยังคงไม่มีผลงานที่ดี และทำให้ตัวทั้งคู่เองมีประสิทธิภาพที่ลดลงเล็กน้อย จากการที่ไม่เข้าขากันจนทำให้เสียประตูไปถึง 22 ลูกจากการลงสนามทั้งคู่ 38 เกมลีกแต่นั้นมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่ว่าหลังจากนั้นมันได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทีมแมนเชตเตอร์ยูในเต็ดไร้พ่ายในแชมเปี้ยนลีก และคว้าแชมป์มาได้โดยพวกเขาเสียไปแค่ 6 ลูกจากการเกมยุโรป 13 เกมพวกนั้นจึงทำให้เกิดคู่หูทรงประสิทธิภาพขึ้นมาคู่หนึ่งบนโลกฟุตบอล
รวมไปถึงการประสานงานร่วมกับ สุดยอดผู้รักษาประตูอาจทำให้แนวรับของแมนยูแน่นปึก คู่หูคู่นี้นะครับทำให้แมนยูไนเต็ดกลายเป็น ทีมที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเกมรับและเกมที่เหนียวแน่นนี้คือส่วนสำคัญ ที่ทำให้แมนยูไนเต็ดเข้าสู่ความยิ่งใหญ่ครั้งใหม่ คุณภาพในการเล่นแนวรับของทีมเป็นแชมป์ระดับประเทศ และระดับยุโรปถึงแม้จะพลาดแชมป์บ้างเป็นบางครั้งก็ตามโดยทั้งคู่เคยทำสถิติ ในการลงสนามคู่กันและไม่เสียประตูยาวนานถึง 1331 นาทีหรือรวมทั้งสิ้นเป็นเวลายาวนานถึง 14 เกมที่ทั้งคู่ไม่เสียประตูติดต่อกัน ซึ่งสถิติดังกล่าวยังคงเป็นที่ประทับใจ จนถึงยุคนี้ความสำเร็จนี้ยังคงไม่มีทีมไหนทำได้
ในปัจจุบันโดยแมนยูไนเต็ดเก็บจริงๆได้ถึง 28 เกมลีกจากคู่หูคู่นี้ได้รางวัลทีมยอดเยี่ยมถึงสามฤดูกาลติดต่อกันอีกด้วย โดยทั้งสามฤดูกาลนี้เลยครับมันเกิดมาจากผลงาน ในเกมของคู่หูล้วนๆซึ่งทั้งคู่ประสบความสำเร็จ จนกลับมาเป็นทีมที่กอบโกยความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง ตามมาตรฐานของทีมที่เคยสร้างมาในอดีต แต่น่าเสียดายนะครับมีทั้งคู่ไม่สามารถติดทีมแห่งปีของลีกในปี 2009 และได้รับบาดเจ็บดูกาล 2009-2010 ทำให้เขาได้ลงเล่นเพียงแค่ 13 เกมเท่านั้นในเกมลีกแล้วมันเหมือนกับงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
หลังจากที่หายจากการบาดเจ็บ การประสานงานของทำให้แย่ลง นั่นหมายถึงว่าพวกเขาไม่สามารถการันตีตัวจริงได้อีกแล้ว ในบางเกมพวกเขาจะถูกแทนด้วยคลิสมอลิ่ง ทายาทกล้องหลังคู่แมนยูและต่อมา เนมานย่าวิดิชก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในฤดูกาลปี 2011-2012 ทำให้ทั้งคู่ไม่รู้ตัวว่าเขาใกล้จะหมดช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่แล้ว จนกระทั่งฤดูกาลสุดท้ายของทั้งคู่ก็เลือกที่จะแยกย้ายกัน จากที่เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ตัดสินใจ ย้ายออกในทันทีหลังจากจบยุคของเฟอร์กูสัน