ปิดตำนาน โจ โคล

ปิดตำนาน โจ โคล นักแตะพรสวรรค์ ที่ฟ้ากลั่นแกล้ง

ปิดตำนาน โจ โคล นักเตะมากพรสวรรค์ ที่ฟ้ากลั่นแกล้งผมดีใจมากเหลือเกิน ที่เขามาร่วมทีมลิเวอร์พูล เพราะเขาคือนักเตะที่มีเทคนิค ในระดับเดียวกันกับเมสซี่เลย นี่คือคำพูดของสตีเว่นเจอร์ราร์ด ที่ได้กล่าวไว้นะครับหลังจากที่ ได้มีเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ ได้ย้ายมาสวมเสื้อลิเวอร์พูลทีมเดียวกับเขา และนักเตะคนนั้นก็คือโจโคล เรื่องที่เจอร์ราดพูดมันไม่ได้โอเวอร์แต่อย่างใด จะบอกว่าโจโคลมีฝีเท้าที่ทัดเทียมกับลิโอเนลเมสซี่หรือไม่แต่เปเล่นักเตะระดับตำนานของโลกได้กล่าวยกย่อง โจโคล เขาคือผู้เล่นอังกฤษที่มีสกิลแซมบ้าอยู่ในตัว วันเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แฟนบอลอาจจะลืมลืมไปว่าครั้งหนึ่ง ชื่อของโจโคลเคยถูกยกให้เป็น นักเตะอัจฉริยะมากที่สุดของทีมชาติอังกฤษ ก่อนที่จะถูกอาการบาดเจ็บนั้น ได้กลืนกินทุกอย่างไปในที่สุด ย้อนกลับไปยังวัยที่กำลังเต็มเปี่ยม เต็มไปด้วยความฝันของการเป็นนักฟุตบอล เด็กหนุ่มย่านแคมมีร์ในประเทศอังกฤษ สายแววความโดดเด่นมาจนไม่อาจจะรอดพ้นสายตา ของแมวแล้วสโมสรเวสต์แฮมขึ้นชื่อในเรื่องของการบ่มเพาะนักเตะเยาวชน ฝีเท้าดีมากมายเพื่อส่งออกไปสร้างชื่อให้กับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจอห์นเทอร์รี่แรมพาร์ด คือหนึ่งในนั้นมันไม่ง่ายเท่าไหร่ครับ หากว่าเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งจะอยู่ได้มีชีวิตกับอะไรนานๆ นอกจากความรักในสิ่งนั้นแล้ว บางคำแนะนำสั้นๆก็อาจจะเป็นสิ่งที่จุดประกาย ให้เด็กคนนั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น
ในชีวิตมากกว่าเดิมตั้งแต่รุ่นพี่คนหนึ่ง ที่กำลังจะแขวนสตั๊ดได้บอกกับผม เล่นให้สนุกไปกับทุกเกมไอ้หนุ่มน้อย หลังจากที่ผ่านไปแล้วจะต้องคิดถึงมันมากแน่ๆ นั่นคือคำพูดที่จุดประกายความรู้สึกในการเล่นฟุตบอลของโจโคล อย่างเต็มเปี่ยมและทำให้เขานั้นพัฒนาการเล่น ไปอย่างก้าวกระโดดในฐานะนักเตะดาวรุ่ง แล้วไม่นานนักนะครับเพียงแค่อายุ 17 ปีเขาก็สามารถก้าวขึ้นมา เป็นนักเตะชุดใหญ่ของทีมขุนค้อนได้สำเร็จ แม้ว่าจะมีรูปร่างสูง 170 เซนติเมตรเท่านั้นแต่เขาไม่กลัวนักเตะหน้าไหนเลย เขามั่นใจในความเร็วและเทคนิคแพรวพราว มันเป็นเหมือนพรสวรรค์ของเขาอยู่เสมอ
หลายครั้งหลายคราวที่เขาสามารถ สร้างความมหัศจรรย์เกินวัยของเด็กที่อายุไม่ถึง 20 ปีเขากลายเป็นนักเตะที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ทั่วอังกฤษโจโคลเป็นนักเตะพลังแห่งยุคของสโมสรเวสต์แฮม ร่วมกับเพื่อนๆอาคาเดมี่รุ่นเดียวกันอย่าง จร์อนเธอรี่แลมพาร์ดและคาริคในวัย 21 ปีโจโคลหลักการที่กลายเป็นกัปตันทีม ในที่สุดจากผลงานในเรื่องของทีมที่สวนทางที่โดดเด่น ซึ่งสวนทางกับผลงานของโจโคลเป็นอย่างยิ่งในปี 2003 เวสต์แฮมตกชั้นไปในที่สุดและนักเตะตัวหลักหลายคน ในที่ต่างแยกย้ายออกไปเพื่อตามหาความสำเร็จที่แตกต่างกันออกไป เช่นกันครับเขาถูกทีมใหญ่ทั้งใน และต่างประเทศลุมจีบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ยูในเต็ด ต้องการโจโคลมาร่วมที่ชื่นชอบในฝีเท้าของเขาเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายปลายทางนะครับกลายเป็นเชลซีที่คว้า โจโคลค่าตัว 6.6 ล้านปอนด์ในปี 2003 และด้วยเหตุผลในหัวใจของโจคนนั้น
เขาชื่นชอบในฝีเท้าของเดนนิสไว้ มาตั้งแต่เด็กๆและการที่ได้มาอยู่กับเชลซีนั้น ความรู้สึกของเขามันเหมือนกับฝัน ที่ย้ายมาอยู่ในเชลซีในยุคที่กำลังล่าอาณานิคม แห่งความสำเร็จและในตอนนั้นนะครับเชลซีสสตาร์อยู่มากมาย ในแผ่นเกมรุกเขาบอกตัวเองว่า เราต้องลืมต้องประสบความสำเร็จให้ได้ในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ ยิ่งมั่นใจขึ้นมาอีกเลยครับหลังจากที่เขาในกรณีที่กุนซือของเชลซี ในเวลานั้นเดินเข้ามาบอกกับโจโคลว่า นายจะเป็นคีย์แมนสำคัญให้กับทีม แต่เมื่อประเดิมสนามนัดแรกในยุโรป เขากับเป็นตัวสำรองโจโคลคิดในใจว่านี่สินะ คือที่นั่งของคีร์แมนที่นั่นก็คือ มานั่งสำรองนั้นเองแต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ดาริเอรี่ส่งสัญญาณให้เข้าลงสนาม พร้อมกับยิงประตูได้สำเร็จหลังจากจบเกม
ดาริเอรี่ได้เดินมาตบไหล่ของโจโคล แล้วบอกว่าฉันบอกแล้วไง ว่านายเป็นกุญแจสำคัญของทีม หลังจากนั้นนะครับโจโคลก็ทำผลงานได้ดี กับทีมสิงห์บลูส์มาอย่างเรื่อยๆ การได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เล่นเกมบุกริมเส้น มันเป็นอะไรที่ใช่สำหรับโจโคล เขาแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ความรวดเร็วที่กองหลังได้แต่มองตาม แล้วเป็นคีย์แมนสำคัญของทีมที่ช่วยจ่ายให้กับเพื่อน และยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ให้กับทีมได้อย่างมากมายโดยช่วงเวลา ที่น่าจดจำของโจโคลนะครับได้เกิดขึ้นในปี 2006 มันคือการที่เขายิงประตูช่วยให้ทีมรักของเขาคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ
ท่ามกลางเสียงเชียร์มากมาย ที่ตะโกนชื่อเขาอยู่ทั่วสนามและท่ามกลางครอบครัว ที่คอยเชียร์เขาอยู่ที่นั่นโจโคล สำหรับเขามันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด ที่เขาจะไม่มีวันลืมได้เลยความสุขของโจโคล กำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างถึงที่สุด แต่สุดท้ายนะครับสิ่งที่เป็นปัญหาหลักของนักฟุตบอล ทั้งหลายก็เลือกที่จะพูดเข้ามาสกัดโจโคล นั่นก็คืออาการบาดเจ็บในปี 2007 โจโคลต้องเข้ารับการผ่าตัด จากการบาดเจ็บที่ข้อเท้า จนทำให้เขาต้องพักรักษาตัวอยู่พอสมควร กว่าจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง การกลับมาของใหม่เขากำลังจะเรียกฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม
ของตัวเองกลับมาอีกครั้งหลังจากที่ได้รับรางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรในปี 2008 ได้สำเร็จแต่สุดท้ายนะครับในปี 2009 เขากลับได้รับอาการบาดเจ็บที่รุนแรง จนต้องปิดฤดูกาลก่อนเพื่อนร่วมทีมไปในที่สุด ซึ่งมันน่าผิดหวังมากสำหรับนักเตะทุกคน ที่ได้รับการบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาว เพราะมันทรมานเหลือเกินครับที่เขาไม่สามารถลงเล่นฟุตบอลได้ และทำได้ด้วยการแค่มองเพื่อนๆจากที่นั่งคนดู และนี้คือเรื่องราวนักฟุตบอลจาก dooball888.com เขาคือโจโคลเขาไม่เคยย่อท้อแต่อย่างใดครับ เขาพยายามฟิตรางกายของเขา และรักษาตัวเองให้หายขาดจนสุดท้าย เขากลับมาลงสนามได้ในที่สุดและยิงประตูชัย ในเกมที่พบกับแมนยูและส่งผลให้ทีมสามารถคว้า 3 แต้มสำคัญในการคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ในที่สุด

ปิดตำนาน โจ โคล

ปิดตำนาน โจ โคล ตำนานเบอร์ 10 สโมสรเชลซี

การกลับมาของโจโคลในครั้งนี้นะครับ มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วผมบอกว่า หัวใจของเขาจะสู้สักเพียงไหน แต่ร่างกายเมื่อถูกซ่อมแซมไป มันไม่สามารถที่จะกลับมาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เหมือนเดิมความเร็วที่ตกลง การเคลื่อนที่ที่ไม่ฟิตเหมือนเช่นเคย ทำให้เขาไม่ใช่นักเตะดาวรุ่งที่น่ากลัว เหมือนเดิมอีกต่อไปได้จึงทำให้ในปี 2010 เชลซีต้องปล่อยตัวออกจากทีมไปในที่สุด ปิดตำนาน โจโคล โจโคลปิดตำนานเบอร์ 10 เชลชี อาจจะไม่เหมือนเดิมแต่ทว่า เขายังเป็นที่ได้รับความสนใจจากหลายสโมสร และก็เป็นทีมสเปอร์ยื่นข้อเสนอเข้ามาในตอนนั้น แต่ทว่าโจโคลกกลับเลือกที่จะปฏิเสธ เนื่องจากเขาไม่อยากทำร้ายความรู้สึก ของแฟนบอลเวสต์แฮมและเชลซีที่เขารักใ นการย้ายไปร่วมทีมคู่ปรับในกรุงลอนดอน และเป็นสโมสรลิเวอร์พูลที่เขาเลือกจะไปสวมเสื้อ
ในที่สุดฟรีค่าตัวแต่เขาก็ได้รับค่าเหนื่อยมากถึง 9 ล้านบาทต่อสัปดาห์ซึ่งเป็นเงินมากมายเลยทีเดียว ในยุคนั้นและที่สำคัญนะครับเขาได้ร่วมกับนักเตะ เพื่อนร่วมทีมชาติที่เขาเคารพมากที่สุดคนหนึ่ง นั่นก็คือ steven gerrard ได้เจอหลาดเองนะครับก็ชมโจโคลมากด้วยเช่นกัน ผมดีใจมากเหลือเกินครับที่เขาเรียกมาร่วมทีมลิเวอร์พูล นักเตะเทคนิคในระดับเดียวกันกับเมสซี่เลย อดีตกัปตันของลิเวอร์พูลได้กล่าวไว้ว่าโจโคลจะมีเทคนิค อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเขาบ่อยครั้ง มันทำให้เทคนิคต่างๆที่เขาทำได้นั้น ไม่สามารถจัดการคู่แข่งได้อีกต่อไป ผลงานของโจโคลตกลงเรื่อยๆจนสโมสรต้องขายให้กับสโมสรในฝรั่งเศส ปิดตำนาน โจ โคล และการที่เขาได้เดินทางไปอยู่กับสโมสรอยู่ที่ฝรั่งเศส
ทำให้เขาได้พบกับนักเตะหนุ่ม ที่ทำให้โจโคลนันได้มองเห็นภาพของตัวเอง ในช่วงวัยที่กำลังรุ่งโรจน์เขาทึ่งในความเก่งกาจ ของนักเตะคนนี้เป็นอย่างมากและโจโคลก็ได้ให้คำแนะนำแก่ตั้งแต่คนนั้นว่า ถ้านายย้ายทีมสโมสรเชลซีคือทีมดีที่สุดสำหรับนาย แต่ถ้านายไปที่นั่นนายจะประสบความสำเร็จ ได้อย่างแน่นอนและปีถัดมานะครับ เอเดนอาซาร์ย้ายมายังเชลซีตามที่โจโคลได้ให้คำแนะนำไว้นั่นเอง และแม้ว่าจะทำผลงานให้ดีที่นั่น การกลับมาอยู่กับลิเวอร์พูลอีกครั้ง เขากลับทำผลงานได้อย่างย่ำแย่เช่นเคย และนั่นทำให้เขาต้องออกเดินทางอีกครั้งหนึ่ง ปิดตำนาน โจ โคล และสถานีต่อไปนั่นก็คือบ้านหลังเก่า เคยอบอุ่นของเขาที่เวสต์แฮมแต่ไม่ว่าเขาจะย้ายไปที่ไหน
อาการบาดเจ็บก็จะคอยตามติดเขา เป็นเงาตามตัวอยู่ตลอดเวลา จนโจโคลเจ็บอยู่หลายครั้งที่เล่นให้กับเวสต์แฮม จนสุดท้ายเขาก็ต้องถูกปล่อยตัว ปิดตำนาน โจ โคล ให้ยายไปสู่กับแอสตันวิลล่าโฮมอินที่และ templeton อเมริกาและชื่อเสียงของเขา จะถูกกลืนหายไปด้วยเช่นกัน เข็มนาฬิกาผ่านไปทุกวันครับในวัย 37 ปีกลายเป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกความโรยราของช่วงวัยเข้ามาถามหาเขานะที่สุด และเขาเลือกที่จะยอมแพ้กับโชคชะตาในการตัดสินใจ ประกาศแขวนสตั๊ดเพราะเขาคิดว่ามันคงพอแล้ว กับช่วงเวลาแห่งความสุขทั้งหมด บนผืนหญ้าสีเขียวแม้ว่าภายในหัวใจ มันยังคงร่ำร้องในการเป็นผู้ชนะอยู่เสมอ แต่เมื่อร่างกายมันไม่สามารถไปต่อไหว หัวใจก็อาจจะถึงเวลาต้องยอมรับว่า จากธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากสูงสุดของนักเตะ ที่เคยถูกมองว่ามีความเก่งกาจเทียบเท่าใด และถูกบัญชาเชิดชูว่าเขาขึ้นทายาทของพอลแกสคอยน์
จากนักเตะดาวรุ่งจนกลายเป็นสตาร์ เป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังมีค่ามหาศาล จนสุดท้ายกลายเป็นนักเตะพเนจร และโจโคลเลือกที่จะเข้าใจในชีวิตครับ ในบั้นปลายชีวิตค้าแข้งเขาไม่ต้องการชื่อเสียง และเงินทองไดๆทั้งสิ้นติดแล้วเขาขอแค่ได้ลงเล่นฟุตบอล ที่เขารักเขากลายเป็นนักเตะที่ต้องคอยขัดรองเท้าสตั๊ดตัวเอง และสนุกไปกับการเล่นฟุตบอลให้มีความสุขเหมือนที่เขาเคยรู้สึก ในวัยเด็กอีกครั้งนึงเพื่อที่จะเก็บความรู้สึกต่างๆนั้นไว้ ในความทรงจำเพื่อที่จะนึกถึงกันอยู่เสมอ ในวันข้างหน้าตามที่ครั้งหนึ่งรุ่นพี่ในทีมได้กล่าวว่า
เขาไว้มันไม่ใช่เวลาสำคัญมากมายที่เกิดขึ้น ตลอดกาลครั้งแรกของผมหนึงในนั้นคือเมื่อตอนที่ผม ยังเป็นนักเตะรุ่นยาวของเวสต์แฮม มีรุ่นพี่คนนึงที่ใกล้จะแขวนสตั๊ดเช่นกัน บอกกับผมว่าเล่นให้สนุกไปทุกเกมเลยหนุ่มน้อย หลังจากที่ผ่านไปแล้วนายจะต้องคิดถึงมันมากแน่ๆ เขาพูดถูกเลยนะคำพูดเหล่านั้นมันยิ่งชัดขึ้น ในทุกวันแล้วเมื่อผมคิดย้อนกลับไปผมพยายามที่จะเล่นตามที่เขาบอก การเป็นนักเตะอาชีพนั้นมันเป็นเกียรติมากๆเลย จริงๆสำหรับผมฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของเงิน มันไม่สำคัญเลยบางคนบอกผมว่าทนายเป็นนักฟุตบอลที่เก่งมากๆน่าจะทำเงินได้มากมายเลย ปิดตำนาน โจโคล

ผมอยากไปเกิดในแถบละติน โจโคล แข่งอังกฤษสกิลแบบแซมบ้า

ถ้าเลือกได้ผมอยากไปเกิดที่ประเทศ ในแถบละตินโจโคลถ้าหากคุณเลือกเกิดได้ คำพูดมันจะหลุดมาจากปากของโจโคล ซึ่งเป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องว่า มีสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไปทางพวก โจโคลสกิลแบบบละติน มากกว่าแต่เมื่อชีวิตจริงคนเรานั้นนะครับ เรื่องสถานที่เกิดไม่ได้เพราะฉะนั้นสิ่งเดียว ที่เราต้องทำคือการเรียนรู้และอยู่กับสิ่งที่เป็นให้ได้ครับ ตลอดชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของโจโคล เขาเองพยายามทุ่มเทและปรับตัว ให้เข้ากับฟุตบอลสมัยใหม่ผลงานโจโคล ถูกติดอยู่กับการเป็นตัวสร้างสรรค์เกม ที่มีพร้อมทั้งเทคนิคนครสวรรค์ แต่เมื่อตัวเขาเองกิดมาเป็นคนอังกฤษ
การเล่นของเขาจึงต้องผสมผสานเรื่องของเกมรุก และเกมรับให้เกิดความสมดุล จนแม้กระทั่งการต้องวิ่งไปช่วยเกมรับ เขาก็ต้องทำโจโคลนั้น ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อเสียงของตนเอง กับสโมสรเวสต์แฮมยูไนเต็ดแม้เป็นช่วงที่เดวิดเบ็คแฮมนั้น กำลังโด่งดังสุดขีดและเป็นใครต่างก็ฝัน อยากจะเป็นแบบแต่โจโคลนั้นกลับหลงใหล และฝีเท้าของนักเตะจอมทัพอย่างซีดานซึ่งเป็นผู้เล่นในสไตล์จอมทัพเบอร์ 10 มากกว่าแต่ฟุตบอลอังกฤษยุคนั้นครับ แทบไม่มีที่ว่างให้กับผู้เล่นหมายเลข 10 ในแบบฉบับละตินเลยซึ่งจะทำให้โจโคลเอง ต้องปรับแนวคิดและสไตล์การเล่นของตนเอง ผมได้เรียนรู้ว่าไม่มีทีมใดหรอก ที่จะเอาชนะคู่แข่งด้วยกันมีเพื่อนแค่ 10 คนอย่างสมัยก่อนหน้านั้นอาจจะใช่
แต่ทุกวันนี้ฟุตบอลมันเปลี่ยนไป ทุกคนต้องเคลื่อนตัวเล่นเวลาที่ไม่ได้ครองบอลด้วย เพราะฉะนั้นสมัยปัจจุบันก็คือการรักษาสมดุล ได้ทั้งเกมรุกและเกมรับลองคิดดูว่า ถ้าทั้ง ฤดูกาลคุณเป็นกองกลางที่ยิงได้ 20 ประตูแต่จบอันดับที่ 3 หรือ 4 มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนะขนาดเดียวกันครับ ตัวของตัวเองนั้นสมัยที่ยังเล่นฟุตบอลก็เคยได้รับบทเรียน เรื่องของการเล่นเกมรับที่หละหลวมจนทีมเสียประตูมาแล้วครับ สมัยที่เขาเล่นกับเวสต์แฮมยูไนเต็ด และพาขุนค้อนชนะกับสเปอร์ 2-3 จนตกรอบแรกครับเช่นเดียวกันกับตอนที่เชลซี ในเกมที่สิงโตน้ำเงินครามชนะหงส์แดงปี 2004 มีสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 จากการยิงประตูของเขา และจบเกมนั้นครับเขาได้รับรางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ แต่ทว่าพอกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวสิ่งที่เขาได้รับคือการที่โดนโจเซ่มูรินโญ่ ตำหนิยกใหญ่ว่าไม่ช่วยเพื่อนในเกมรับ
เหตุการณ์ครั้งนั้นครับมันทำให้โจโคล เริ่มรับรู้แล้วว่าบางครั้งการมีจิตวิญญาณของผู้เล่นหมายเลข 10 นั้นบางทีมันก็ไม่เข้ากับฟุตบอลสมัยใหม่ คุณต้องมีแม้แต่อย่างปิเอโรยืนตำแหน่งตัวรับ และคุณมีคุณสมบัติในการสร้างสรรค์เกมนั้น เป็นแนวทางของเกมยุคนี้ที่มันบ่งบอกว่า ฟุตบอลคือกีฬาที่ต้องใช้สมองด้วยที่จริงนะครับ ถ้าย้อนกลับไปก่อนที่โจโคลจะแจ้งเกิดในวงการฟุตบอลอังกฤษ แทบไม่เคยมีคนสไตล์นี้เลยนะเป็นแบบที่ตัวเองเล่น เป็นจอมทัพในทีมชาติในช่วงยุคกรีนวูดเซอร์บ็อบบี้ ในระดับสโมสรขึ้นมาอยู่กับทีมชุดใหญ่อิสรภาพในการเล่นตามแบบฉบับเบอร์ 10 กำหนดลงตามตำแหน่งงานของแฮร์รี่เรดแนปป์ และส่งไม้ต่อให้กับผู้ที่ไม่นิยมนักเตะแบบโจโคล อังกฤษไม่มีใครสนใจหรอกว่าใครจะสวมใส่เสื้อหมายเลข 10 ใครที่จะสวมก็สวมแต่ที่ละตินนี่คือเบอร์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ต้องมอบให้กับเพลเมคเกอร์เท่านั้น อดีตราวรุ่งสิงโต โจ โคล