สตีฟ แม็คมานามาน

สตีฟ แม็คมานามาน ครั้งหนึ่งเคยเป็นหงส์แดง

สตีฟ แม็คมานามาน ครั้งหนึ่งเคยเป็นหงส์สตีฟแม็คมานามาน ในช่วงเวลาที่แมนเชตเตอร์ยูในเต็ด ความเป็นมหาอำนาจลูกหนัง แดนผู้ดีในช่วงยุค 90 ของผู้สันโดษในเป็นอย่างมากในระบบการเล่นแบบเน้นความสำคัญ ของตำแหน่งปีกซ้ายและขวาแต่ในช่วงเวลาเดียวกันเลยครับ ชั่วโมงของลิเวอร์พูลจะได้ให้กำเนิดปีกขวา จอมลีลาผู้มีฝีเท้าไม่เป็นสองรองใคร ให้ก้าวขึ้นมาประดับวงการอีกคนหนึ่ง เช่นกันคำถามคือให้แฟนผมนั่งนึกถึงชื่อของเล่นปีกขวาในยุค 90 ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากพวกเขาจะนึกถึงใครล่ะครับ และคำตอบก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยครับ เพราะชื่อนี้จะพุดขึ้นมาในความทรงจำ ยอมสีผมชายที่มีชื่อว่าสตีฟแม็คมานามาน ว่ากันว่าสตีฟแม็คมานามานได้มีความสามารถ
ในเชิงลูกหนังที่แตกแขนงออกมา จากความเป็นอังกฤษมากที่สุดเพราะได้มีดีแค่ การวิ่งไปให้สุดเส้นแล้วเปิดบอลเป็นแค่อย่างเดียว หากแต่ยังมีท่วงท่าลีลาการกาชากรากเลื้อยไปกับลูกบอลที่ไม่ต่างอะไร กับนักเตะภาคพื้นทวีปนอกจากเข้าขั้น และยังพบจุดเด่นอีกอย่างนึงนั่นคือ ใบหน้าหล่อๆเพราะมัดใจสาวซึ่งเมื่อนำคุณสมบัติ เด่นทั้งสองอย่างที่เขามีลูกเข้ากับสถานะความเป็นลูกหม้อ ที่ก้าวขึ้นไปได้ชุดใหญ่ให้กับลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุ 17 ปีจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยครับ ที่เขาจะกลายเป็นอย่างนี้ขวัญใจแฟนหงส์ ในความเป็นจริงพื้นฐานแม็คมานามานจะชื่นชอบสโมสรเอฟเวอร์ตัน ซึ่งถือเป็นคู่ปรับร่วมเมืองกับลิเวอร์พูล
ซึ่งมันก็มีช่วงแรกๆที่เขายังเป็นเยาวชน ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางเดิน ด้วยความที่ระบบอคาดามี่ดังในยุคนั้น ดูมีอนาคตที่หน้าฝากตัวรับใช้มากกว่า 15 ปีจึงไม่ลังเลที่พูดให้เราไม่ติดก็คงต้องบอกว่า ชะตาของเขาถูกเขียนเอาไว้เพื่อให้มันเป็นตำนาน ของลิเวอร์พูลดังนั้นในความเป็นเด็กชอบเรียนรู้ แผนที่จัดอยู่ในหมวดเรียนรู้ว่าแม็คมานามาน จะใช้เวลาแค่สองฤดูกาล ในการพิสูจน์ขึ้นชุดใหญ่วัย 17 ปีภายใต้การทำทีมของเคนนี่ดัลกลิชก่อนที่มีสีสัน 1991-1992 และตำแหน่งกุนซือจะเปลี่ยนเป็นความสำเร็จ แต่ความสามารถของแม็คมานามานทำยังคงไว้วางใจ และส่งผลงานดังต่อเนื่องเคียงข้างกับตำแหน่ง
ฤดูกาลสุดท้ายครับสามารถเข้าไปคว้าแชมป์เอฟเอคัพในปี 1992 โดยภาพจำก็คือประมาณนั้นแหละครับ มักจะยิงประตูสำคัญได้อยู่บ่อยครั้งแม้จะมีอายุ 20 ปีแต่ต้องบอกว่าฝีเท้าผมในเวลานั้นถือว่าโดดเด่น เป็นอย่างมากในได้รับการพูดถึง จะถือว่าเป็นปีกอนาคตไกลคนหนึ่งของวงการ โดยอย่างหนึ่งก็คือการเรียนรู้วิชามาจากทุกอย่างจอนบานที่ถือเป็นพี่เลี้ยงของเขาในช่วงที่เขา ยังเป็นเด็กดาวรุ่งโดยไม่ควรนำมานะครับ จะคอยซึมซับและจดจำทุกอย่างที่รุ่นพี่ นอกจากนั้นเลยครับตัวของแม็คมานามานเอง ก็ยังมีหน้าที่ขัดรองเท้าให้กับจอนบานรวมถึงนักฟุตบอล ที่คนอื่นนิโคลตอนนี้ไปจนถึงอลันแฮนเซ่น
ต้องขัดรองเท้าให้กับทุกคน แต่มันก็เลือกที่จะทำด้วยเหตุผล เพราะว่าเขาอยากใกล้ชิดเพื่อซึมซับ ภาควิชาความรู้มาจากรุ่นใหญ่ในทีม และเอามาประยุกต์ใช้กับการเรียนของตนเองผมน่าจะเป็นนักเรียน ที่มีอาจารย์ยอดที่สุดแล้วพวกรุ่นพี่ เขายอดเยี่ยมมากๆทุกคนสอนผมทุกอย่าง ไม่มีความหยิ่งทะนงในพวกเขาจะสอนผมเสมอว่า ถ้าแพ้ก็ต้องให้เงยหน้าขึ้นมาสู้ใหม่มันคือทัศนคติของนักเตะ ตำนานลิเวอร์พูล ในยุคนั้นซึ่งมันเป็นบทเรียนสำคัญ ในชีวิตของผมเลยหลังจากคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ได้สำเร็จในปีแรกที่เขาก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ อย่างเต็มตัว เขากลายเป็นตัวที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เลยขนาดขึ้นมาในตำแหน่งปีกดาวรุ่งมาแรง ปีกของแมนยูไนเต็ดที่ร้อนแรง ขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกันในปี 1951 ที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพโดยที่เขาเป็นผู้ยิงให้ทีมเอาชนะได้
ในวัยเพียง 20 มีความคิดอยากลงสนามตัวจริงได้ประสบการณ์จริง มีโอกาสแม้กระทั่งบาร์เซโลน่ากับยูเวนตุส ที่ยังตกเป็นข่าวว่าต้องการจะดึงดูดลูกค้ารายนี้ ไปร่วมทีมในสนวนราคาที่มีการคาดเอาไว้ว่า หากเกิดการซื้อขายขึ้นจริงจะไม่ต่ำกว่า 12 ล้านปอนด์ซึ่งถือว่าเยอะมากๆในยุคสมัยดังกล่าวครับ และถามว่าตัวเลขระดับนั้นมันเกินความจริง หรือไม่ก็ต้องบอกด้วยว่าบางทีมันอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำครับ เพราะสถานะของแม็คมานามานในเวลานั้น ไม่ต่างอะไรกับหัวใจในเกมรุกของสโมสรลิเวอร์พูล ที่เปรียบเหมือนกันว่าถ้าหยุดแม็คกล้าได้ก็คือหยุดลิเวอร์พูลได้นั่นเอง
เพราะว่าสิ่งที่มาพร้อมกับชื่อก็คือ เรื่องของกิเลสและความหลงใหลในสิ่งที่นักฟุตบอล ยุคนั้นไม่ควรทำได้พาตัวเองเข้าสู่วงการแฟชั่น ด้วยทรงผมยังจำได้ดีว่าในยุคนั้นนะครับสโมสรอุดมไปด้วยนักเตะหน้าใสวัยหนุ่ม ที่มีหน้าตาดีหลายคนเป็นแกนหลักของทีม ความหล่อจากที่ทุกคนนึกออกทันที ก็คือฉายาที่สื่อต่างๆว่าเป็นแบดบ่อยที่สุดแว่นกันแดดสุดหรูใส่ชุดสูทสีขาวก่อนเกมนัดชิงฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพในปี 1996 กับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อันเนื่องมาจากก่อนการแข่งขันเขาเพิ่งได้รับสัญญาณ จากแบรนด์ดังอย่าง armani google บอสแล็ปท็อปเพิ่งตกลงสัญญากับบริษัทโมเดลลิ่ง ผลลัพธ์ในเกมนัดชิงเอฟเอคัพครั้งนั้น ลิเวอร์พูลแพ้ให้กับแมนยูไนเต็ด และจากนั้นมากครับมันก็เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาของเส้นทางตกต่ำของสตีฟแม็คมานามาน และนี้คือเรื่อยงราวนักเตะคนนึงจาก dooball888.com เรื่องฟุตบอลที่นำเสนอให้ทุกคนได้รู้เรื่องราวดีๆ

สตีฟ แม็คมานามาน

สตีฟ แม็คมานามาน จากเด็กขัดรองเท้า สู่ปีกมหัศจรรย์ ของลิเวอร์พูล

วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่มีสมาธิ กับการเล่นฟุตบอลจนมียอดการประตูแรก ที่น้อยกว่ามาตรฐานที่เคยทำได้ จากที่เคยมีคำกล่าวความสำคัญในทีม มันก็ได้หายไปไหนไปได้ก้าวเท้าเข้าสู่แสงสีของวงการแฟชั่น แม้จะไม่อยากยอมรับในจุดนี้ และสถิติก่อนและหลังมันเป็นตัวเลขหลักฐาน ยิ่งฟ้องเห็นชัดเจนครับขณะเดียวกัน ว่ากันว่าความพ่ายแพ้ถ้วยเอฟเอคัพปี 1996 มันยังเป็นเสมือนจุดเริ่มต้น ของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของนักแตะด้วย ผู้จัดการชาวฝรั่งเศสเข้ามารับหน้าที่ตอ่ในปี 1998 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โอกาส ในการลงสนามของของสตีฟแม็คมานามาน เริ่มน้อยลงตรงจุดนี้เลยครับมันกลายเป็นปัญหา ที่ยังคาใจแฟนบอลมาจนถึงปัจจุบัน
คาใจก็เพราะว่าเป็นแบบไร้ค่าตัว จากสัญญาจะหมดลงกับเขาก่อนหน้านั้น เขาสามารถตอบแทนสโมสรแบบที่ทีม และสามารถได้เงินค่าตัวของเขา ซึ่งมันเป็นการจากลาที่ไม่สวยงามซึ่งในเวลานั้น แฟนหงส์แดงบอกว่าเขาเป็นคน ที่ไม่สำนึกบุญคุณสโมสรเลย ดังใช้ชีวิตเป็นหงส์แดงมาร่วม 10 ปีสุดท้ายครับในปี 1999 สตีฟแม็คมานามานกลายเป็นอดีตของหงส์แดง เริ่มต้นใหม่กับรีลมาดริดปิดฉากความทรงจำ กาลครั้งหนึ่งเคยเป็นหงส์แดงเอาไว้ที่ 61 ประตูกับ 31 แอสซีสจากการลงสนาม 347 เกมแม้จะไม่อาจพูดได้ว่าเขาตัดสินใจผิดพลาดที่เลือกย้ายจากลิเวอร์พูล ไปร่วมทัพราชันชุดขาว สารสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก มาครองได้ถึง 2 สมัยแต่แรกของการเป็นที่จดจำนั้นก็ต้องบอกเลยว่า
เขาอยู่ใต้เงาของดาวสโมสรีลมาดริด พบเวลาคนนึกถึงรายชื่อของแม็คมานามาน ตกสำรวจไปเสมอครับเพราะผลงานโดยภาพรวม ทั้งหมดของเขากับทีมไม่ได้เป็นอะไรที่น่าจดจำครับเบ็ดเสร็จจำนวน 4 ฤดูกาลในสีเสื้อราชันชุดขาวลงไปทั้งสิ้น 158 เกมยิงเป็นเพียง 4 ประตูเป็นความล้มเหลวในแง่ของการเป็นที่จดจำ แต่ก็ต้องยอมรับว่า 4 ฤดูกาลครับตัวเขาก็มีส่วนร่วมทีมมากพอที่จะได้ชื่อว่า สตีฟ แม็คมานามาน เป็นแชมป์ลาลีกาสเปน 2 สมัยแชมเปียนส์ลีอย่างที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ เป็นนักเตะคนแรกจากเกาะอังกฤษ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการย้ายมาค้าแข้งในต่างแดน
แถมยังมีตัวเลขที่น่าทึ่งดงาม ตลอดเวลา 4 ฤดูกาลแม็คมานามนอยู่ในถิ่นซานติอาโก้เบร์นาบิว ราชันชุดขาวนะครับถ้าผลงานทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลรายการแชมเปียนส์ลีกช้วยให้ทีมคว้าแชมป์มาได้ 2 ครั้งหลังจากนั้นนะครับแม็คมานามาน ได้ย้ายมาปิดฉากชีวิตการเป็นนักฟุตบอล กับสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ปี 205 หลังจากนั้นนะครับเขาก็รับได้บทบาทในวงการลูกหนังไม่ได้หายไปไหน มีทั้งการทำหน้าที่ของเป็นทูตให้กับทางลีกาสเปน ในการโปรโมทฟุตบอลโลกปี 2018 ไปจนถึงการรับเป็นผู้เดินงาน FIFA ก่อนลูกหนังโลกเพื่อทำหน้าที่ในการกระจายความนิยม ของกีฬาฟุตบอลไปสู่ทุกภูมิภาค ซึ่งเขาก็เริ่มงานในปี 2019 มาเยือนประเทศกัมพูชาเป็นครั้งแรก โดยจากนั้นนะครับยังมีอีกหลายบทบาทที่เขาได้รับเกียรติ ให้ทำหน้าที่ซึ่งปรากฏอยู่ในแวดวงลูกหนัง เป็นส่วนใหญ่และสตีฟแม็คมานามาน นักฟุตบอลที่มีระดับพระกาฬอีกคนหนึ่ง

เบื้องหลังข่าวฉาวของ 4 หนุ่ม spice boy แห่งลิเวอร์พูล

สตีฟแม็คมานามานจากเด็กขัดรองเท้า สู่ปีกมหัศจรรย์ของลิเวอร์พูลเพราะชีวิต ของชายที่้ลือกด้วยการเป็นผู้เล่น ตำแหน่งปีกที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมที่สุด เคียงข้างกับกิ๊กปีกซ้ายของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ก้าวขึ้นมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บอกว่านับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาชุดใหญ่ สตีฟแม็คมานามาน การสถาปนาตนเองให้เป็นตัวหลักมาโดยตลอดกาล กระชากลากเลื้อยที่พริ้วไหวสวยงาม ตระการตาบอลทำให้เขากลายเป็น ตัวความหวังและดาวรุ่งที่วงการฟุตบอลอังกฤษ ต่างตามความคาดหวังเอาไว้มากจนถึงปี 1995 สตีฟแม็คมานามานยังคงมีผลงานที่ดีจนพาทีมลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกคัพมาครองโดยในนัดชิง ที่เอาชนะโบลตันไปด้วยสกอร์ 2-1 นั้นคือคนที่ทำประตูทั้ง 2 ลูกด้วยนะว่าเมื่อยิ่งเล่นยิ่งโดดเด่น
ยิ่งขัดเกลาตัวเองมากขึ้นในทุกๆ สีสั้นประกายแวววาวในตัวก็ยิ่งเกิดใช้ออกมา จนทำให้มีทีมยักษ์ใหญ่มากมาย ให้ความสนใจที่จะดึงตัวไปร่วมทีม ซึ่งทีมใหญ่ๆที่ว่านั้นไม่ใช่แค่ในประเทศอย่างเดียว เพราะมาแต่ละทีมสนใจในตัวแม็คมานามานอย่างมาก ในช่วงเวลานั้นก็มีการประเมินค่าตัวของสตีฟแม็คมานามาน ในเบื้องต้นและคาดการณ์กันว่าหากมีการทำธุรกรรมด้านการซื้อกรรมสิทธิ์ สตีฟแม็คมานามาน ในตัวของเขาจริงๆป้ายราคาน่าจะถูกปักไว้อยู่ที่ 12 ล้านปอนต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าตัวเลข 12 ล้านปอนด์ในช่วงเวลายุค 90 นั้นถือว่าเป็นค่าตัวที่มหาศาลมากๆ
สำหรับนักเตะคนหนึ่ง อีกทั้งตอนนั้นตัวของสตีฟแม็คมานามานเอง ก็ยังถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดกองกลางของทวีปยุโรปบ่งบอกชัดเจน ถึงฝีเท้าที่ขึ้นหิ้งของเขาตอนนั้นลิเวอร์พูลมีสตีฟแม็คมานามาน เป็นเพลเมคเกอร์คอยสร้างสรรค์เกมรุก อย่างน่ากลัวจนมีคำกล่าวกันว่าในยุคนั้น หากคุณหยุดแมคมานามานได้ ก็หมายถึงว่าคุณหยุดลิเวอร์พูลได้แต่อย่างไรก็ตามครับ สิ่งที่เข้ามากระทบและส่งผลกับฟร์มการเล่นของเขาเกิดขึ้นนั่น คือการที่เขาพาตัวเองเข้าสู่วงการแฟชั่น ซึ่งไม่ใช่แค่มาจ้างคนเดียวแต่หากเพื่อนๆคนอื่นก็ด้วยจนมีส่วนสำคัญที่ต้องพ่าย ให้กับทีมอื่นอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพในปี 1996 ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกจะเริ่มขึ้นนั้น มันจะมีรสเค็มจัดสรรในกระเทียมถูกจับภาพปรากฏตัวในชุดสูทหล่อ แบรนด์ร่างทรงผมได้ใจสาวกันทุกคน
รายงานข่าวบอกว่าพวกเขาทั้งหมด เพิ่งเซ็นสัญญากับบริษัทโมเดลลิ่ง นัดทำสัญญากับแบรนด์เสื้อผ้าทั้งหมดถูกขนานนามว่า 4 หนุ่ม spice boy ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของผลงานการเล่น เพื่อปรับปรุงใหม่รวมถึงการทำประตู ที่น้อยลงไปด้วยนั่นเองด้วยความจริงคือ แม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งเป็นปีที่คอยป้อนให้กับเพื่อน แต่ในช่วงที่เขาพีคนั้นเขามักจะเป็นคนที่ยิงประตูสำคัญได้ไปบ่อยๆ แต่เมื่อหลังจากที่มีเรื่องการเข้าวงการแฟชั่น สติเคยดีงามมันก็ลดลงอย่างน่าใจหาย จริงๆว่าพรสวรรค์ในตัว ไม่กล้าจะเต็มเปี่ยมและอัดแน่นมากเพียงใดแต่มันก็น่าเสียดายมากครับ ที่สุดท้ายก็ไม่สามารถจะไปเบียดคู่แข่ง อย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดลง
ได้ความล้มเหลวในเรื่องนั้นเป็นประตูที่เปิดให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือของเทพในเดือนพฤศจิกายนในปี 1998 ผมได้แต่งตั้งคุณกุนซือเมืองน้ำหอม เข้าสู่เทพรักษ์ทัพบานเดียวกันนั้นเอง ที่แม็คใช้เปิดพาตัวเองย้ายออกจากทีมไป ด้วยการลงสนามที่น้อยลงได้ขอคำปรึกษาจากรุ่นพี่หลายๆคน แต่เรื่องการย้ายทีมของสตีฟแม็คมานามาน ก็เป็นปัญหาคาใจของเดอะค็อปอยู่พอสมควร เพราะมีคำถามที่เกิดขึ้นว่าทำไม เขาไม่เลือกย้ายไปก่อนที่สัญญาจะหมดลง เพื่อทีมรับเงินค่าตัวเพราะว่าสิ่งที่ สตีฟ แม็คมานามาน ทำคือการปล่อยให้สัญญาหมดลงและเลือกที่จะพาตัวเองไปร่วมทีมรีลมาดริด ผ่านตรงจุดนี้เองทำให้เขาจากทีมไป แบบไม่สวยเท่าไหร่เพราะทางสโมสร พยายามที่จะต่อสัญญากับเขาแต่เขาก็บ่ายเบี่ยงตลอด จนสุดท้ายการย้ายทีมตามกฎ สตีฟ แม็คมานามาน