ฟาบิโอ คันนาวาโร่

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ คนเล็ก ฝีเท้าใหญ่ หัวใจแกร่ง

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ คนเล็กเท้าใหญ่หัวใจแกร่ง นี่คือผู้เล่นสไตล์กองหลังกำแพงหิน ที่ตัวเล็กกว่ามาตรฐานของผู้เล่น ในตำแหน่งนี้เดียวใกล้จะยากเขาถึง เป็นที่สุดของกงหลังสไตล์สต๊อปเปอร์ในยุค ชื่อเสียงถูกกล่าวขานกันมาอย่างช้านาน เขาเป็นตำนานของนักเตะกองหลัง ที่ยังคงหายใจที่ใครหลายคนเคยได้กลางเป็นตำรา เพื่อศึกษาย้อนกลับไปยังแผ่นดินแห่งอุตสาหกรรม การผลิตกองหลังระดับโลกที่ไม่เคยหยุดในประเทศอิตาลี ประวิติของฟาบิโอ คันนาวาโร่ เกิดที่เมืองเนเปิ้ลที่เขาถูกย่อมหัวใจของเขา ด้วยสีฟ้าที่งามตาแน่นอนครับทีมในหัวใจของเขา ไม่ใช่สโมสรยิ่งใหญยิ่งทีมในเมืองเกิดของเขานั่นเอง เด็กน้อยหน้าคมเข้มเขาหลงรักในฟุตบอล แล้วเริ่มเล่นฟุตบอลและศึกษาเทคนิค การเข้าสกัดตามแบบฉบับของฮีโร่ในชาติหลายคน ทีเด็ดแผนเกมรับที่ถูกปลูกฝังให้เขาจดจำมาอย่างช้านาน
ในว่าจะมีรูปร่างที่เล็กแต่ความแข็งแกร่ง ของร่างกายเขามีตั้งแต่ยังววัยเยาว์ ซึ่งมันรวมไปถึงหัวจิตหัวใจด้วยเช่นกัน และเป็นที่แน่นอนว่าความเก่งกาจของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ทำให้ประตูแห่งสโมสรนาโปลี ได้เปิดประตูต้อนรับเขาเข้ามาอยู่ในทีม เพื่อขัดเกลาเทคนิคในพรสวรรค์ที่ติดค้างของเขา และแม้ว่าจะเล่นเป็นกองหลัง แต่แรงผลักดันในการเป็นนักฟุตบอลของเขานั่น คือสุดยอดนักเตะตัวเกมรับอย่างดี ในบอลโลกที่อิตาลีเจ้าภาพในปีนั้น ที่สร้างความทรงจำให้แก่เขา นั้นคือหน้าที่อาร์เจนติน่ากับอิตาลี และมันเป็นการแข่งขันที่สนามเหย้าของนาโปลี คันนาวาโร่มีสถานะเป็นเพียงนักเตะเยาวชน ที่ได้รับหน้าที่เป็นเด็กเก็บบอลข้างสนาม
เขาได้มองตามนักเตะระดับโลกในสนาม ด้วยความใกล้ชิดติดขอบพื้นหญ้า และมองเห็นลีลาเร้าใจของเสือเตี้ยที่เขียอิตาลีตกรอบไป ในที่สุดจากนักเตะเยาวชนเขาก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ในพื้นที่อย่างรวดเร็วและไม่นาน ผู้จัดการทีมให้เขาขึ้นมาซึ่งในตอนนั้น นะครับชุดใหญ่มีนักเตะในดวงใจของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ อย่างมาราโดน่าอยู่ด้วยหิวก็ต้องทานข้าวห้าวก็ต้องปล่อยของ จากเด็กที่คอยแอบมองดูฮีโร่กับตัวเองซ้อมวันนี้ เขามีโอกาสได้เข้ามาซ้อมกับฮีโร่ในดวงใจ ในสนามซ้อมไม่มีใครกล้าเข้าสกัด นักเตะอย่างเสือเตี้ยด้วยเหตุผลทางบารมี และการลดความเสี่ยงที่จะทำให้สุดยอดนักเตะ ของทีมต้องบาดเจ็บไม่มีใครกล้าเข้าสกัด
นักเตะระดับตำนานมีเพียงดาวรุ่งหน้าตาคมเข้มย่าง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ที่เขาสกัดจนล้มกลางสนามทุกคนต่างจ่องหน้า ด้วยสีหน้าหวาดหวั่นแต่ใบหน้าของยอดตำนานอาร์เจนตินา กับยิ้มให้กับกองหลังดาวรุ่งใจเด็ดคนนี้ จากเด็กเก็บบอลที่สโมสรนาโปลีอยู่ข้างสนาม แอบมองการซ้อมและศึกษากองหลังตัวเก่ง และเล่นฟุตบอลแบบคูพักรักจำ ระหว่างที่เป็นเด็กเก็บบอลเฝ้ารอโอกาสของตัวเอง จนได้ลงสนามให้กับนาโปลีในยุคหลัง กลายเป็นตัวหลักของทีมดีที่สุด แต่สุดท้ายนะครับต้องตัดใจขายทิ้งในเวลาต่อมา ให้กับปาร์ม่าที่สโมสรปาร์ม่ากลายเป็นกองหลังระดับเวิลด์คลาส ตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่งเขาได้รับการจับตามอง มาตรฐานการเล่นที่เกินวัยของเขา
ความสามารถในเกมรับของเขาสูงมาก เทคนิคยอดเยี่ยมแต่ในยุคที่เขาเริ่มสร้างชื่อกับปาร์ม่าในตอนนั้น มีสุดยอดกองหน้าหลายคนต่างปะทะ กับเขามาแล้วทั้งนั้นแล้วเหมือนกับว่าเขาได้ฝึกคือความสุดยอด ทั้งเกมรับจากกองหน้าระดับโลก จากนั้นก็สามารถพูดได้เป็นนักเตะในกองหลัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความมั่นใจในการเล่น ที่มีรูปร่างที่เสียเปรียบแต่การเล่นเกมรับของเขานั้น มันเหนือชั้นในหลายๆจังหวะเมื่อเขาจากปาร์ม่า ก็ไปเป็นแกนหลักในเกมรับให้กับยูเวนตุส และครองความยิ่งใหญ่ก่อนจะโดนยึดแชมป์ในที่สุด ด้วยเหตุผลคดีล้มบนของสโมสรแต่ว่าสุดท้าย เขาก็สามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดในชีวิตนักฟุตบอล ฟาบิโอ คันนาวาโร่ตำนานกองหลังแห่งเบอร์ลิน
ในการนำทีมชาติอิตาลีเป็นแชมป์โลกในปี 2006 รายการที่เขาเป็นกัปตันทีม ที่ทำให้ทีมชาติอิตาลีชุดนั้นเสียเป็นแค่ 2 ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเอง และลูกจุดโทษของซีดาน คันนาวาโร่ฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมันนีเขาอยู่ในแผงหลังที่ว่ากันว่า ดีที่สุดในยุคนั้นผลงานของอิตาลีตำแหน่งอื่น อาจจะไม่โดดเด่นเท่ากล้องหลังเขาถูกวิจารณ์ เป็นอย่างมากเมื่อพบว่าอิตาลีไม่สามารถสร้างสรรค์ เกมรุกที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ทำประตูได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับทีมอื่นแต่สุดท้ายปลายทาง พวกเขาก็คือแชมป์โลกมันจะเป็นสิ่งที่ทดแทนกันได้และในปีนั้นนะครับเรื่องราวกองหลังจากเว็บ dooball888.com นำเสนอยอดแข่งผู้ปิดทองหลังพระ

ฟาบิโอ-คันนาวาโร่

ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ภูผาหิน แห่ง อัซซูรี่

ภูผาหินแห่งทีมอัซซูรี่ที่ประสบความสำเร็จ กับการคว้าแชมป์ในผลงานต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วนมาจากการยิงประตูคู่แข่ง จากเกมรุกที่ดุดันหรือทีมเวิร์คที่ยอดเยี่ยม ในการสร้างสรรค์เกมแต่สำหรับทีมชาติอิตาลี ในศึกฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมันหลายคนต้องยอมรับว่า ทีมชาติอิตาลีชุดนั้นแกนสำคัญ ที่ทำให้ทีมค้วาแชมป์ได้นั่น ก็คือเกมรับนักเตะยอดเยี่ยมที่ผลงานได้ไม่มีอะไรผิดพลาดมันเป็นคำกล่าวของ ฟาบิโอคันนาวาโร่แชมป์ฟุตบอลโลกปี  2006 มาได้หมดจดเขากำลังเดินก้าวขึ้นไปบนเวที พร้อมกับแสงไฟสาดส่องเข้ามาปะทะ กับใบหน้าคมเข้มของเขารอยยิ้มอันหล่อเหลานั้น ยืนยันได้ว่าเขาไม่ได้ประมาทอย่างที่คิด
กับการเป็นนักเตะที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ ตรงกันข้ามเขากลับยืนอยู่บนเวที เพื่อรับมอบรางวัลนั้นยังองอาจแล้วไม่บ่อยนัก รางวัลนี้จะตกอยู่ในมือของนักเตะ ที่เล่นในตำแหน่งปิดทองหลังพระ แบบเขาในตอนนั้นนะครับมีกระแสความไม่เห็นด้วย กับการที่ได้รับรางวัลบ้างก็บอกว่า เขาได้รางวัลนี้เป็นรางวัลปลอบใจ เพราะฟุตบอลบอลโลกในปีนั้น ซีดานได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ประจำทัวร์นาเม้นแทนที่จะเป็นนักเตะจากอิตาลีไป เขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น มันไม่ได้มีอะไรผิดพลาดหรอกครับ ผลงานที่จะบอกคุณเองว่าผมเหมาะสมกับรางวัลนี้
ได้กล่าวไว้คันนาวาโร่นักฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมันนีเขาอยู่ในแผงกองหลัง ที่ดีที่สุดในยุคนั้นมีทั้ง จิอารูก้า ซัมบอสต้า มาร์โกมาเตรัซซี่ สุดท้ายก็คือพวกเขาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ในการเสียประตูรวมกัน 2 ประตูลูกแรกเกิดจากทีมสกัดเข้าประตูตัวเอง และลูกที่ 2 เสียจุดโทษซีดานยิงเข้าไปในนัดชิงชนะเลิศ เรียกว่าพวกเขาไม่เสียประตูจาก open play เลยซึ่งเป็นหลักในแผงหลัง ที่สร้างผลงานได้เด็ดขาดนั้นคือฟาบิโอ คันนาวาโร่ ผมแค่รู้สึกว่าการเล่นฟุตบอลโลกในครั้งนั้น ทุกคนช่วยกันดีมากๆเราจะมีสติที่ดี ต้องชื่นชมทุกคนด้วยนะครับอิตาลีตำแหน่งอื่นๆ อาจจะไม่โดดเด่นเท่ากล่องหลัง ถูกวิจารณ์อย่างมากเมื่อพบว่าอิตาลี ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกที่น่าตื่นตาตื่นใจได้
เข้าทำประตูได้น้อยมากเมื่อเทียบกับทีมอื่น แต่สุดท้ายปลายทางพวกเขาก็คือแชมป์โลก มันจะเป็นสิ่งที่ทดแทนกันได้นะครับ นักฟุตบอลตำแหน่งกองหลังที่เคยได้รับรางวัลนี้ เกิดขึ้นในปี 1996 และผู้ได้รับรางวัลอันนี้ก็คือมัทธีอัสซามเมอร์ ไม่บ่อยนะครับที่นักเตะกองหลังจะโดดเด่น จนเข้าตากรรมการรวมไปถึงสื่อในการลงคะแนน ความเป็นจริงแล้วนะครับนักเตะตำแหน่งอื่น เช่นกองหน้ากองหน้าที่สามารถสร้างสรรค์ บทบาทของตนเองให้โดดเด่นได้ ทั้งการทำประตูสวยๆหรือผ่านบอลงามๆ ให้เพื่อนทำประตูสำคัญแต่คันนาวาโร่ คือคนที่ใช้ผลงานเป็นตัวชูโรง เขาคือกองหลังที่อ่านเกมได้เด็ดขาด วิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อยของมันดีจริงๆ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเขาคือหนึ่งในกองหลัง ระดับตำนานอีกคนหนึ่งที่โลกของวงการฟุตบอล ต้องจารึกชื่อเขาไว้ด้วยวันนี้วันสำคัญ ต่อผมมากกับการพยายามสร้างผลงาน ที่ดีให้กับทีมไม่ว่าคุณจะเล่นในตำแหน่งไหน ขอเพียงคุณทำหน้าที่ของคุณให้เต็มที่ทุกตำแหน่งในทีมคือจิ๊กซอสัมพันธ์หมด

จากเด็กเก็บบอล สู่กองหลัง บัลลงดอร์ ฟาบิโอคันนาวาโร่

จากเด็กเก็บบอลสู่กองหลัง บัลลงดอร์2006 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลระดับชาติ อันยาวนานเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะเชยชมแชมป์ฟุตบอลโลก อันเป็นปรารถนาสูงสุดของอาชีพ แต่มีอยู่หนึ่งคนในจำนวนเหล่านั้นครับ ที่สามารถทำได้ในเกมนัดที่ 100 ของการรับใช้ชาติพอดีแถมเขายังทำมันได้ ในช่วงเวลาที่วงการฟุตบอลของประเทศตนเองนั้น อยู่ในช่วงที่ตกต่ำจากปัญหาต่างๆภายใน ฮีโร่ที่คนอิตาลีก็ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเป็นไปได้ คนนั้นก็คือชนชาวอิตาลีมันจะมีความมั่นใจ ที่สูงลิ่วโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกีฬาฟุตบอล ที่ผู้ชายประเทศนี้แทบทุกคนเชื่อเสมอว่า พวกเขาเกิดมาเพื่อเป็นนักฟุตบอล ฟาบิโอ คันนาวาโร่
ที่มีส่วนสูงเพียงแค่ 175 cm มันแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่า เขาจะเติบโตมากและกลายมาเป็นปราการหลังตัวกลางระดับโลก ทุกอย่างเริ่มต้นบนถนนที่แข็งกระด้างของเมืองเนเปิ้ลวัฒนธรรมบางอย่าง ที่แปลกแยกจากความเป็นอิตาลี ยังทำให้คนแทบนี้พูดว่าเป็นพวกอเมริกาใต้ซะมากกว่า แบบเป็นเช่นนั้นมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคันนาวาโร่ ในการเดินตามเส้นทางสายนักฟุตบอล ที่ตัวเขาเองนั้นได้เข้าร่วมทีมเยาวชนตั้งแต่ในปี 1988 แน่นอนครับว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็กวัย 15 ปีคนหนึ่งในเวลานั้นที่ช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับเทพเจ้าลูกหนัง ในนามของดีเอโก้มาราโดน่า เด็กน้อยคนที่อยู่ร่วมในวาระเฉลิมฉลอง การเป็นแชมป์อิตาลีเสือเตี้ยบรรจงเสกมาให้
รวมทั้งการที่เขาเองได้ประจักษ์พยาน ในการเฝ้ามองรวมจิตใจของผู้คนทั้งเมือง ให้เป็นหนึ่งซึ่งตอนนั้นมีสถานะเป็นเพียงแค่เด็กเก็บบอล ในสนามนาโปลีแต่ความยิ่งใหญ่ของมาราโดน่าตราตรึงในใจของเขาตลอดนับตั้งแต่วันนั้นมาในปี 1993 ฟุตบอลล่าสุดมันกลายเป็นเรื่องยาก เพราะตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ผลงานของทีม กำลังดิ่งลงเป็นผลสืบเนื่องมาจากการมาราโดน่าที่ย้ายจากทีมไปตั้งแต่ในปี 1991 มันเป็นช่วงที่สโมสรนาโปลีมีแต่ปัญหา ทั้งภายในและภายนอกประกอบกับสภาพการเงิน ที่ทำให้ทีมต้องขายนักเตะออกไป เพื่อแลกเงินคันนาวาโร่คือหนึ่งในนักเตะเหล่านั้น ที่โดนจำหน่ายเอาไปให้กับปาร์ม่า เขาเดินทางมาปาร์ม่าวัย 21 ปีแล้วพอจะมีดีกรีชื่อเสียงมากพอสมควร
ในการถูกคาดหมายว่าจะเป็นกองหลัง ที่โดดเด่นในอนาคตสิ่งที่เขามีตอนนั้น เป็นส่วนผสมอันเกิดมาจากการเรียนรู้ สมัยชีวิตคุกกี้กับยอดนักเตะมาราโดน่า และสโมสรนาโปลีตั้งแต่ยังเด็กประสบการณ์เหล่านั้น ได้หล่อหลอมให้มีภาวะผู้นำที่เต็มเปี่ยม และยังมีความชาญฉลาดที่จะเข้าใจ เกมการแข่งขันอย่างทะลุปรุโปร่ง สร้างผลงานสุดยอดเยี่ยมในสีเสื้อของปาร์ม่าเคียงข้างกับเพื่อนๆกลายเป็นสุดยอดแข่งระดับโลก ฟอร์มการเล่นกับปาร์ม่าทำให้เขา ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอิตาลีเป็นครั้งแรก ในยุคของเซซาเร่มัลดินี่และผลงานการล็อกตายอลันเชียเลอร์รอบคัดเลือกฟุตบอลโลก ทำให้ชื่อของคันนาวาโร่ก้าวขึ้นมาเป็นที่พูดถึง ในวงกว้างและมันทำให้เขาฮิตมากที่สุด ฟุตโลกที่ฝรั่งเศสในระดับทีมชาติต้องบอกว่าเขาสามารถปรับตัวเอง ให้เข้ากับระบบของเซซาเร่มัลดินี่ได้อย่างรวดเร็ว
การเข้าคู่ระหว่างเขากับเพื่อน เป็นปราการหลังทีมชาวอิตาภูมิใจขณะเดียวกัน ในระดับสโมสรก็มีช่วงเวลารุ่งเรือง กับการพาปาร์ม่านั้นคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพในปี 1999 กับเทีม 2 สมัยก่อนที่จะย้ายมาเล่นกับอินเตอร์มิลานในช่วงหน้าร้อนปี 2003-2004 อิตาลีจะต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกแต่มันก็ถือ เป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่นอกจากการย้ายทีมแล้วตัวเขาเอง ยังได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมชาติคนต่อไป ภายหลังจากที่เปาโลมัลดินี่ตัดสินใจเกษียณตัวเอง จากเกมส์ระดับชาติหลังจบบอลโลกที่เอเชีย มันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสมัยที่มหัศจรรย์
ฟาบิโอคันนาวาโร่สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ เป็นครั้งแรกและประทับตราอัซซูรี่เอาชนะทีมชาติอาเซอร์ไบจาน บังเอิญไปมากกว่านั้นก็คือในเกมนัดดังกล่าว แข่งในสนามนาโปโลสโมสรอันเป็นสถานที่ๆเขาเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งวันนั้นเขาได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง ทั่วสนามไม่ต่างอะไรกับลูกชายของเมเปิ้ล ที่ได้กลับบ้านมามอบความภาคภูมิใจให้กับแฟนบอล ที่เห็นคันนาวาโร่มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเก็บบอลนั่นเอง แต่ก็ใช่ว่าชีวิตจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะช่วงเวลาของคันนาวาโร แทบไม่ใช่อะไรที่น่าจดจำปี 2004 เขายังต้องผิดหวังซ้ำจากการตกรอบแรกฟุตบอลยูโรปี 2004  สามเกมแรกในรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาไม่แพ้ให้กับทีมใดเลย
แต่ผลต่างประตูได้เสียกลับเป็นรองเดนมาร์กสวีเดน ณเวลานั้นในวัย 31 ปีเหมือนใครว่าจะเดินทางมาถึงทางตัน ในเส้นทางอาชีพแล้วเมื่อมีโอกาสได้ยามายูเวนตุสในปี 2546 พร้อมกับแจ้งผลกลับมาร่วมงานกับเพื่อนเก่า สมัยที่เล่นกับปาร์ม่าทำให้ไฟฟ้าในตัวของเขานั้น กลับมาลุกโชนขึ้นได้อีกครั้งหนึ่งเพราะว่าสองปี กับสโมสรม้าลายแห่งตูรินกลับเหมือนอาการ ของคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะแม้จะได้ชื่อว่าจบด้วยการเป็นแชมป์ลีกทั้งปี 2500 ปี 2006 แต่มันก็ถูกยึดคืนไปจากปัญหาในคดีล้มบอล ข่าวดังไปทั่วโลกซึ่งทำให้อยู่เวนตุสนั้น ถูกลงโทษปรับตกชั้นไปที่สุดในปี 2006 เป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำ ชนิดที่ว่าไม่มีทางลบเลือนไปจากหัวใจได้