อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์

อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ ชีวิตที่มาไกลเกินฝัน

อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ ชีวิตที่มาไกลเกินฝันไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอล ทีมไหนก็ตามคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าณเวลานี้ นี่คือผู้เล่นแบ็คขวาที่ฟอร์มกำลังขึ้นมากที่สุด ของวงการฟุตบอลแม้จะเพิ่งมีอายุเพียง 21 ปีแต่เขาก็ได้กลายมาเป็นนักเตะ ตัวหลักของสโมสรลิเวอร์พูล ที่อยู่ในช่วงเวลาของการลุ้นแชมป์ ทุกรายการที่ลงสนามจากจุดเริ่มต้น ในเดือนตุลาคมในปี 1998 ในย่านนึงของเมืองลิเวอร์พูล ประวัติอเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ ได้ลืมตาดูโลกและใช้ชีวิตเติบโตมา ในวิถีของสเกาเซอร์ขนานแท้ แน่นอนครับว่าเด็กชาวอังกฤษ
กับลูกฟุตบอลอันนี้คือของที่เกิดมาคู่กัน ตามปกติของเด็กทั่วไป โดยมีฟุตบอลอยู่ในใจที่เขาใฝ่ฝันว่า สักวันเขาจะต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ จนกระทั่งครั้งนึงครับโอกาสของเขาก็มาถึง สโมสรลิเวอร์พูลในจัดกิจกรรมออกแคมป์ เพื่อเฟ้นหาเยาวชนที่มีแววในด้านกีฬาฟุตบอล และเหมือนโชคชะตาได้ลิขิตไว้ด้วย วิธีการคัดเลือกตัวแทนของโรงเรียน ที่จะไปหาเด็กไปเข้าทดสอบ ในการฝึกของหงส์แดงใช้วิธีจับฉลากหาชื่อ อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ ชื่อผู้โชคดีคนนั้นมีพี่น้อง 3 คนและเขามักจะชอบใช้เวลาในแต่ละวัน
หมดไปกับการเตะฟุตบอล โดยคนที่ทำได้ดีที่สุดในบรรดาพี่น้อง ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละครับในปี 2004 เด็กในวัยเพียงแค่ 6 ขวบเริ่มต้นก้าวแรกบนเส้นทางลูกหนัง โดยการได้เข้าไปร่วมทีมอะคาเดมี่ ของทีมหงส์แดงโดยผ่านขั้นตอน มาจากการเป็นนักเตะเยาวชน ที่ทำผลงานได้เข้าตามากที่สุด ในทีมของทีมลิเวอร์พูลอเมริกาซึ่งเป็นโค้ชทีมอะคาเดมี่ ที่ไปร่วมโชว์ฝีเท้าของเด็กในแคมป์หน้าร้อนกล่าวถึง อเล็กซานเดอร์เกาเซอร์คนต่อไปหงส์แดง ว่าผมประทับใจเขามากที่สุด ด้วยทักษะพื้นฐานฟุตบอลที่ดี และมีทัศนคติที่สามารถต่อยอดเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้
ผมจึงเสนอโอกาสให้เขาเข้ามาเป็นส่วนนึง ของครอบครัวลิเวอร์พูลหลังจากที่เข้าร่วมกับทีม อะคาเดมี่เห็นมุ่งมั่นตั้งใจฝึกปรือฝีเท้า และร่างกายอย่างยิ่งและมันจะเป็นคนที่ทำได้มีเสมอ ในรุ่นอายุของเขาจนสามารถก้าวขึ้นมา สวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับทีมรุ่นอายุ 16 และ 18 ปีโดยไม่มีข้อกังขาในวุฒิภาวะ และความสามารถของเขาเลย ต้องใช้เวลา 3-4 วันใน 1 สัปดาห์เพื่อมาซ้อมฟุตบอล ควบคู่กับการเรียนหนังสือไปด้วยความโดดเด่น ของเจ้าหนูนั้นถึงขั้นที่ว่าสตีเว่นเจอร์ราร์ด
ยังยอมสละหน้ากระดาษในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา ที่กล่าวถึงความสามารถที่ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะ ในชุดใหญ่ของทีมได้ด้วยความขยัน ในการฝึกซ้อมบวกด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น อยากก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทำให้เทรนตั้งใจกับทุกวินาที ในชีวิตจนกระทั่งก้าวแรกของความฝัน ที่เป็นจริงเมื่อเขาได้รับโอกาส ในการประเดิมสนามให้กับลิเวอร์พูล ในเกมปรีซีซั่นฤดูกาล 2015-2016 ภายใต้กุนซือเบนซ์เนอร์รอตเจอ ทีมมอบประสบการณ์ให้กับเขา และจากจุดนั้นมานะครับมันเหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟ
ในหัวใจให้กับหนุ่มที่ตัวเขานั้นมีดีพอ ที่จะก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้แล้ว ก็เป็นเกมลีกคัพในปี 2016 ที่เขาได้ลงประเดิมสนามตัวจริงในรอบที่ 4 ที่เอาชนะท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ไปได้ 2 ต่อ 1 ซึ่งเขาโชว์ผลงานได้ดีจนสามารถติดทีมยอดเยี่ยมประจำรอบ 4 ของถ้วยลีกคัพมาได้แล้วเป็นอีกครั้งที่สตีเว่นเจอร์ราร์ด กัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสร ได้ออกมากล่าวชื่นชมและเว็บ dooball888.com เรื่องราวของอเล็กซานเดอร์อาโนลด์ โดยได้กล่าวว่ายิงผมได้เห็นเขาเล่น ในเกมลีกคัพผมยิ่งมีความเชื่อจริงๆว่า เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญ ให้กับทีมเราได้อย่างแน่นอน

อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์

อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ บทพิสูจน์ว่าเงินยังซื้อไม่ได้

เนื่องในจุดเด่นของ อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ คือเรื่องของการผ่านบอล ที่ดีจนสามารถสร้างโอกาสให้กับทีม ได้อยู่เสมอและแอสซีสของเจ้าตัว ก็เกิดขึ้นในเกมลีกคัพในนัดที่เอาชนะลีดยูไนเต็ดไปได้ 2 ประตูต่อ 0 และเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ ของเกมดังกล่าวอีกด้วยในปี 2017 เขาได้รับประสบการณ์ครั้งใหญ่ เมื่อมีโอกาสลงสนามในเกมที่พบกับคู่ปรับอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งควรจบลงด้วยการเสมอกันไป และสำหรับเทรนนี่คือสิ่งที่เกินจากฝันไปมากแล้ว แต่ละวันนั้นเขาทุ่มเททำงานหนัก ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ครับเขาได้รับเลือก ให้เป็นผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 ของสโมสรลิเวอร์พูลโอกาสนั้น จะเป็นของคนที่พร้อมเสมอครับ
และเมื่อฤดูกาล 2017-2018 เริ่มขึ้นโดยแบ็คขวาของทีม ได้รับการบาดเจ็บจึงเป็นโอกาส ที่เด็กคนขึ้นมาเล่นแทน และเขาก็ไม่ทำให้สาวกเดอะค็อปต้องผิดหวัง ในการซัดฟรีคิกเป็นประตูชัยในรอบคัดเลือกแชมป์เปียนลีก นัดที่เอาชนะเซบีย่าไปด้วยสกอร์ 2-1 และทำให้เขากลายเป็นผู้เล่น ที่อายุน้อยที่สุดลำดับที่ 3 ที่ทำประตูได้ในเกมยุโรป จากที่ผมเคยได้แค่ฝันถึงการเล่นฟุตบอล แต่วันนี้ผมกลับได้สวมเสื้อสโมสรลิเวอร์พูล ลงสนามและยิงประตูได้ผมว่าผมมาไกลแล้ว อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ลิเวอร์พูล ได้กล่าวไว้หลังจากที่ยิงลูกนั้น
แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นครับ เมื่อเกมบ็อกซิ่งเดย์ในปี 2017 มาถึงเขาก็จัดการแกะกล่องของขวัญ ให้กับตัวเองและแฟนบอลในการยิงประตู ในเกมชนะสวอนซีไปได้ 5 ประตูต่อ 0 และจากนั้นในปี 2018 เขาก็ได้สร้างสถิติเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษ ที่อายุน้อยที่สุดลงเล่นในรอบ 8 ทีมฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก และยังสร้างผลงานมาสเตอร์พีซ ด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 0 อีกด้วยจนทำให้เขาได้รับเลือก ให้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์
พร้อมทั้งคำชื่นชมจากการเล่นของเขา ที่ต้องไปเล่นที่แมนเชสเตอร์ก็ยังคงสร้างผลงาน ที่ยอดเยี่ยมออกมาอีกและเป็นส่วนนึง ที่ทำให้ทีมเอาชนะแมนซิตี้ไปได้ 2 ประตู 1 และเข้าสู่รอบรองชนะเลิศและเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีของสโมสรและทุกย่างก้าวต่อจากนั้น มันย่อมเป็นก้าวแรกอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าจะบอกว่าตอนนี้เขากำลังใช้ชีวิต นักฟุตบอลอย่างที่เคยวาดฝันไว้แต่ก็ต้องบอกเลยครับว่า มันยิ่งกว่าที่เขาจะกล้าฝันไปด้วยซ่ำ เด็กหนุ่มวัย 20 ปีกับการเล่นในนัดชิงฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปียนลีก
โดยมีหน้าที่ต้องคอยตามประกบ คู่ต่อสู่อย่างโนัลโด้ของรีลมาดริด และในปีนั้นนะครับถูกรับเลือก ให้เป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีสมัยที่ 2 ของสโมสรและแม้ความพ่ายแพ้ ในเกมนัดชิงจ้าวยุโรปเรียกน้ำตาเขาออกมา แต่ชีวิตมันก็แบบนี้แหละครับ ถ้าไม่เคยดื่มรสชาติของความขื่นขม ยัยเลยจะรู้ซึ้งถึงความหอมหวานของชัยชนะในฤดูกาล 2018-2019 เป็นปีทองของเขาอีกครั้ง หลังจากผิดหวังฤดูกาลก่อน และปีนี้เขาก็ประสบความสำเร็จจนได้ ในการเป็นเจายุโรปที่สามารถได้ถ้วยมาครอง

จากเด็กปีนกำแพง เด็กชายที่กล้าปฏิเสธเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน อเล็กซานเดอร์อาโนลด์

การลงสนามให้กับลิเวอร์พูล มันคือความฝันหากเป็นไปได้ผมอยากลงเล่น ให้กับที่นี่ตลอดไปคำพูดของเด็กชายคนนึง ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรตั้งแต่ 6 ขวบพร้อมกับทุ่มเททั้งชีวิต เพื่อก้าวตามความฝันในการเป็นนักเตะ ของลิเวอร์พูลตั้งแต่วัยเด็กสิ่งที่ อเล็กซานเดอร์ อาโนลด์ ทำเป็นประจำคือการแอบปีนกำแพง เพื่อดูนักเตะลิเวอร์พูลซ้อมโดยเฉพาะ สตีเว่น เจอร์ราร์ด พร้อมกับความฝันจะได้ลงเล่นเคียงข้าง สักครั้งในชีวิตในวัย 6 ขวบก็ได้ร่วมฝึกซ้อมกับทีมเยาวชน ลิเวอร์พูลเป็นครั้งแรกโดยเขาพยายาม ก้าวตามแรงบันดาลใจของเขา ในแทบทุกย่างอาโนลด์เล่าถึงตัวเอง
ตอนเด็กเอาไว้ว่าเด็กทุกคนในเมืองลิเวอร์พูล มองตามแผ่นหลังของเขาเสมอ ผมอยากจะเป็นอย่างสตีเว่นเจอร์ราร์ด เขาเป็นสเกาเตอร์สายเลือดบริสุทธิ์ อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์แล้วเมื่อมีรอยเท้า ที่ก้าวตามเด็กคนนี้จึงทำทุกอย่าง เพื่อก้าวตามหาฝันฝึกซ้อมอย่างหนัก แสดงความสามารถในสนาม ทำทุกอย่างที่เขาจะทำได้ มันทำให้ยิงระยะเวลาผ่านไปเด็กคนนี้ยิ่งฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอนอายุ 14 ปีต้องเจอกับบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ ในชีวิตเมื่อความสามารถและผลงาน ในสนามไปเข้าตาเล็กซ์เฟอร์กูสัน แล้วมันยิ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้น เมื่อลุงของเขาเป็นเลขาของยูไนเต็ด และยายแท้ๆของเขาคือแฟนเก่าของเฟอร์กี้
อเล็กซานเดอร์อาโนลด์โดนทาบทาม ให้ไปเล่นกับปีศาจแดงสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในอังกฤษณเวลานั้นแล้วมันเป็นโอกาส โอกาสที่หาไม่ได้อีกแล้วแต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุด คือสิ่งที่เด็กน้อยวัย 14 ปีทำในวันนั้นมันคือการตอบปฏิเสธ เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันนั่นก็คือสิ่งเดียว ที่เขาต้องการคือการสวมชุดสีแดงของลิเวอร์พูล และเล่นให้กับลิเวอร์พูลตอไป และการตัดสินใจของเขา มันไม่เคยทำให้เขาเสียใจเลย การเป็นกัปตันทีมอายุต่ำกว่า 16 ปีของลิเวอร์พูลและไม่นานหลังจากนั้น เขาได้ย้ายไปซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ ของหงส์แดงมันคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ในชีวิตจากกองกลางต้องขยับมาเล่น อาโนลด์แบ็คขวา
ให้กับทีมและนั่นทำให้เขา ต้องซ้อมหนักขึ้นต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด โดยอาโนลด์เคยเล่าว่าผมไม่คิดว่ามันเสียเวลาอะไร ผมอายุแค่ 17 ปีเท่านั้นแล้วมันยอดเยี่ยมมากที่ผมอาจจะได้เล่นชุดใหญ่ ด้วยตำแหน่งนี้เพราะมีแค่ 2 คนเท่านั้นที่ขวางหน้าผมอยู่ มันเป็นแรงผลักดันที่ดีเยี่ยม ที่ผมจะต้องทำให้ได้และในปี 2015 เจอร์ราร์ดเคยกล่าวถึงนักเตะคนนี้ไว้ในหนังสือของตัวเองว่า อาโนลด์เขามีโอกาสสูงมาก ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลระดับท็อป มีคุณสมบัติทุกอย่างและที่สำคัญ คือทัศนคติระยะเวลาผ่านไป สิ่งที่เจอร์ราร์ดะเคยพูดถึงเด็กคนนี้เอาไว้ มันไม่เคยเกินจริงเลยเจ้าหนูได้รับโอกาสครั้งสำคัญ
มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดมีอยู่ครั้งนึง ในเกมแดงเดือดเขาถูกวิจารณ์อย่างหนัก มันคือความกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา สู่เด็กดาวรุ่งคนนึงแต่แทนที่จะผิดหวัง หรือท้อแท้กับโพสต์ข้อความลงในอินตาแกรมว่า ผมขอโทษที่ยังอ่อนและผมจะพยายามทำให้ดีขึ้น หลังจากวันนั้นเขาก็พยายามพิสูจน์ตัวเอง ให้เห็นว่าเขาแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้า กับความยากลำบากทั้งหมดเขาพัฒนาตัวเองมากขึ้น และทำทุกอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่า เขาควรค่าในการเป็นนักเตะลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง แล้วจนถึงณตอนนี้มันคงไม่มีข้อสงสัยอะไรอีกแล้วสำหรับเด็กดาวรุ่งคนนึง ที่ฝีเท้าและความเก่งกาจอาจไม่สำคัญ เท่าความมุมานะและความพยายาม จากเด็กที่ปีนกำแพงเพื่อดูนักเตะที่ตัวเองรัก เด็กชายไม่กี่คนที่กล้าปฏิเสธเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน