คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ตำนานเหลี่ยมบอลชั้นเซียน

คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ตำนานเหลี่ยมบอลชั้นเซียน

คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ นี่คือเรื่องราวของตำนาน นักเตะที่ถูกยกย่องว่าเป็นที่หนึ่ง ในชีวิตที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคสมัย เขาเป็นนักเตะในสไตล์ดุดัน จุดเด่นทั้งเกมรุกเกมรับโดยพื้นฐานสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง ความเร็วและพละกำลัง ที่มาพร้อมกับมันสมองอันชาญฉลาด เรากำลังพูดถึงยอดมิดฟิลด์ชาวดัตช์ที่มีนามว่า คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ เขาเกิดในครอบครัวที่อพยพย้ายถิ่นฐาน มาอาศัยอยู่ในประเทศฮอลแลนด์เมื่อปี 1979 โดยตอนนั้นนะครับเขาเพิ่งมีอายุได้เพียงแค่ 2 ขวบเติบโตมาในครอบครัว ที่หลงใหลในกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก เพราะมีคุณพ่อที่เป็นถึงอดีตนักฟุตบอลอาชีพ
จึงทำให้สายเลือดของลูกหนัง โดยตกทอดมายังเขาและน้องชาย 2 คนแน่นอนครับชีวิตในวัยเด็กของเขานั้น ย่อมใกล้ชิดอยู่กับกีฬาฟุตบอล อย่าไม่ต้องสงสัยคลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนหมดไปกับการวิ่งไล่หัวลูกฟุตบอล กับเพื่อนๆโดยมีพื้นถนนเป็นสังเวียน ที่เขาใช้ขัดเกลาฝีเท้าในช่วงแรก ผมเหมือนกับเด็กทั่วไปครับ เลิกเรียนแล้วก็มาเล่นฟุตบอลกันในตอนนั้น มันมีแต่ความสนุกสนาน ยุคนั้นไม่มีเทคโนโลยีให้ความเพลิดเพลินได ได้มากไปกว่าลูกฟุตบอลกลมๆอีกแล้ว ย้อนไปในวัยเด็กนั้นเองเลยครับที่พรสวรรค์ และความสามารถทำให้เขาได้มีโอกาส เข้าไปอยู่ในโรงเรียนลูกหนัง ของทีมมาจากอัมสเตอร์ดัม
โดยเป็นเด็กสร้างรุ่นเดียวกับ แพทริค ไคลเวิร์ต ในปี 1992 คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ 16 ปีได้ประเดิมสนามในนามทีมชุดใหญ่ เป็นครั้งแรกและทำให้เขากลายเป็นผู้เล่น อายุน้อยที่สุดในเวลานั้นที่ได้ลงเล่น ให้กับทีมหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ไม่เคยปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป สไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งสมรรถนะทางร่างกาย ที่เหมาะสมกับการเป็นนักกีฬา เขาจึงพาตัวเองมาอยู่ในจุดที่เป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนซื้อลุยฟันเก่าฤดูกาลต่อมา
เขาลงเล่นกันทั้งสิ้น 24 นัดและเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ ที่คอยขับเคลื่อนทีมจนก้าวไปคว้า 3 แชมป์ฟุตบอลในประเทศและเพียงฤดูกาลที่ 3 กับทีมเขาและพลพรรคคนในทีม ก็สร้างชื่อเสียงกึกก้องไปทั่วทวีปยุโรป ในการพาทีมครองบัลลังก์แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก มาครองได้อย่างมหัศจรรย์ ในเกมนัดชิงกับเอซีมิลานโดยคลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงและมีหน้าที่คุมเกมแดนกลาง ให้กับทีมแต่โดนเปลี่ยนออกไปในนาทีที่ 53 ของเกมในปีนั้นทุกอย่างมันลงตัวไปหมด
ทีมมีนักเตะแผนงานระบบการเล่น ทุกอย่างลงตัวจนน่าเหลือเชื่อ พวกเราทุกคนในทีมมีแรงจูงใจ กระหายชัยชนะและนำมาซึ่งถ้วยแชมป์ยุโรปใบที่ 4 ของสโมสรคงจะไม่ชัดเจนทันทีที่พักอีกสักวันสองวัน ก็ประตูมันเหมือนกับลูกที่ถูกจุดขึ้น และผมก็มั่นใจทันทีว่าเราจะทำได้ เราเอาชนะได้แน่นอนการเฉลิมฉลอง ของเหล่าแฟนบอลที่น่าเหลือเชื่อ ถนนทุกสายตอกมุมทุกซอกทุกซอย ในเมืองอัมเตอร์ดำด้วยรอยยิ้มของผู้คน ที่มาต้อนรับพวกเรามันเหลือเชื่อจริงๆ ประวัติศาสตร์สโมสรเป็นครั้งแรกที่ทำได้และเว็บ dooball888.com นำเรื่องราวยอดกองกลางในยุคนั้น นำเสนอให้ทุกคนได้ติดตามกับทางเว็บเราครับ

คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ

คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ความหลังเซนซบราชันในลานจอดรถ

คลาเรนว์เซดอร์ฟได้มีโอกาสย้ายทีม มาสู่เวทีกัลโช่ซีเรียอาอิตาลี โดยการตกลงมาร่วมทีมซามพ์โดเรียในสัญญา 1 ปีแม้ว่าเขาจะซามพ์โดเรียจบได้เพียงอันดับที่ 8 แต่ความโดดเด่นของเขานั้น มันเป็นเข้าตราสโมสรใหญ่จากประเทศสเปน  คลาเรนว์ เซดอร์ฟ เรอัล มาดริด ผมยังจำได้ดีคาร์เปโร่เข้ามาถามผมว่า นายอยากไปอยู่กับฉันที่มาดริดไหมไอ้หนู ผมทำหน้าเออเลยหันซ้ายหันขวา ไปเช็คให้แน่ใจว่าเขาชวนผมจริงๆที่สโมสร เรอัล มาดริด กลายมาเป็นเป็นนักเตะตัวหลักของทีม ที่คอยขับเคลื่อนให้เดินไปข้างหน้า ปีแรกก็พาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา ขึ้นชื่อเรื่องสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง แถมเป็นนักเตะที่ทำงานหนักเสมอ
อีกทั้งพรสวรรค์ในการคอนโทนเกมแดนกลาง ที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจ ในทีมราชันชุดขาวได้อย่างเต็มตัวและในปี 1998 เขาก็สามารถพาทีมจากสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปมาครองได้อีกครั้ง ซึ่งมันคือแชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่สองของตัวในรอบ 3 ปีในถิ่นซานติเอโกจนกระทั่งในปี 2000 การมาถึงของกุนซือคนใหม่ เปรียบเสมือนตอนจบของเขากับทีมราชันชุดขาวคลาเรนซ์ เซดอร์ฟ รับโอกาสลงเล่นน้อยลงจากแผนงาน ของกุนซือคนใหม่ที่อยากสร้างทีม ในแบบของเขาเองเซดอร์ฟย้ายกลับไปยังอิตาลีครั้งหนึ่ง
อินเตอร์มิลาน เข้าไปรับช่วงต่อแต่ช่วงเวลาของการเล่นกับทีมงูใหญ่ ไม่ค่อยมีอะไรให้น่าจดจำมากนัก เพราะเขาไม่อาจช่วยทีมคว้าโทรฟี่ใดๆได้เลย สุดท้ายในปี 2002 เขาก็ถูกปล่อยตัว คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ เอซีมิลาน เพื่อแลกตัวกับฟาร์นเชตโตออคโคในตอนนั้น ผมกลับมายังอิตาลีกับอินเตอร์มิลาน มันเหมือนบททดสอบใหม่ในชีวิต ต้องปรับตัวให้เข้ากับทีมกับเพื่อนทุกคน แม้สุดท้ายจะคว้าแชมป์อะไรไม่ได้เลย แต่ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ที่อินเตอร์มิลานการย้ายสลับขั้ว ระหว่างทีมคู่ปรับร่วมเมืองนั้น มันเป็นอะไรที่ไม่ค่อยได้เห็นกันมาก
แต่คลาเรนซ์เซดอร์ฟเขามองว่า มันคือความท้าทายในชีวิตนักฟุตบอลครั้งใหญ่ เวลานั้นมันเหมือนผมกำลังหมดไฟ ในการเล่นฟุตบอลผมต้องการความท้าทายใหม่ๆ อยากเติมเชื้อกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง ผมชื่อว่าที่มิลานคือสิ่งที่จะมอบสิ่งนั้นได้ และผมก็เชื่อว่าแฟนอินเตอร์มิลาน ก็จะเข้าใจว่าผมเป็นคนทุ่มเทให้กับพวกเขาเสมอ ยามที่ลงเล่นให้กับอินเตอร์และก็เป็นที่เอซีมิลานเอง กลายเป็นบ้านหลังที่สองของเขาอย่างแท้จริง เพียงปีแรกที่เข้าสู่ทีมเขาก็กลายมาเป็นหนึ่ง ในกำลังสำคัญของทีมที่ก้าวไปคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกได้สำเร็จ
การสร้างสรรค์เกมกลางสนาม โดยมีหัวใจหลักเป็นคลาเรนซ์เซดอร์ฟ รับมอบหมายบทบาทสำคัญ ให้ทำให้ทีมปีศาจแดงดำกลายเป็นทีม ที่มีการเล่นที่ดุดันและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในยุโรป และผลจากสิ่งนั้นก็คือแชมป์ยุโรปครั้งที่ 3 ในชีวิตของเขาซึ่งประหนึ่งว่าเขาเกิดมาเพื่อมันโดยเฉพาะ หลังชนะเหนือยูเวนตุสในค่ำคืนที่แมนเชสเตอร์ ทำให้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสุดยอดมิดฟิล ที่ครบเครื่องมากที่สุดของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ มันเป็นปีแรกของผมกับเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมจริงๆ และไม่มีวันที่ผมจะลืมความรู้สึกนั้นได้เลยในชีวิตของคนเรา มีชนะก็ย่อมมีแพ้เหมือนฝันร้ายมาเยือน ความสำเร็จมันไม่มีสูตตายตัว ไม่ว่าเราจะแพ้ในวันนี้วันหน้า เราอาจจะเป็นผู้ชนะตลอดไป
เมือทีมปีศาจแดงดำพาทีม เข้าชิงฟุตบอลยุโรปได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมันเป็นครั้งที่ 4ในชีวิตของเขาแล้วที่เล่นในเกมนัดชิง ถ้วยใบนี้เอซีมิลานยักษ์ใหญ่ แห่งทวีปยุโรปอย่างแท้จริง ในยุคนั้นโดยกลุ่มนักฟุตบอลชั้นยอดมากมาย รวมถึงตัวเขาเองด้วยและแน่นอนว่า ในวันนั้นเอซีมิลานเป็นต่อคู่ชิง สโมสรลิเวอร์พูล โดยไม่ต้องสงสัยเกมใน 45 นาทีแรกที่อีสตันพลู สกอร์บอร์ด 3 ประตูที่มิลานทำได้ยิ่งบอกเราชัดเจน ว่าเอซีมิลานจะก้าวไปคว้าแชมป์ไปได้อย่างแน่นอน แต่ทว่าหลังจากนั้นมันคือโศกนาฏกรรมอย่างแท้จริง เมื่อหงส์แดงลิเวอร์พูลรั้ว 3 ประตูตีเสมอได้ในครึ่งหลัง แล้วเอาชนะพวกเขาไปได้ ในการดวลจุดโทษมันเหมือนฝันร้าย ของคนทั้งเมืองมิลานและแน่นอนว่า สำหรับคลาเรนซ์เซดอร์ฟก็เช่นกัน
มันเป็นอะไรที่พูดไม่ออกจริงๆเรานำ 3 ลูกในครึ่งแรกแต่ตอนจบเราต้องโทษตัวเอง ที่ไม่มีสมาธิมากพอที่จะเป็นผู้ชนะ ผมหลับตาไม่ลงไปหลายวันเลยล่ะ แต่พวกเขาก็เปลี่ยนน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น มาเป็นบทเรียนและสุดท้ายนะครับเมื่อเราได้เรียนรู้ จากความพ่ายแพ้ชนะก็จะกลับมาหาเราเสมอ สองฤดูกาลดูการต่อมาเอซีมิลาน กลับไปคว้าถ้วยแชมป์ยุโรปได้อีกครั้งหนึ่ง โดยชัยชนะเหนือสโมสรลิเวอร์พูล ทีมที่เคยทำให้พวกเขาผิดหวังมาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อนแล้วมันคือการลบเลือนฝันร้ายลงได้อย่างสนิท คลาเรนซ์เซดอร์ฟคือตัวหลักที่มีประสบการณ์เข็มค้น และพาทีมผ่านมาจนถึงตรงนี้ได้สำเร็จ

คนเดียวและคนแรกได้แชมเปียนส์กับ 3 สโมสร

ความเจ็บปวดในวันที่พ้ายแพ้ กลับมาเป็นวันที่มั่นใจมากในวันนั้นพวกเราทุกคน ในทีมกระหายที่จะล้างแค้นและเพื่อลบฝันร้ายเมื่อ 2 ปีก่อนให้ได้แล้วเราก็ทำได้สำเร็จ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟรับใช้ทีมเอซีมิลานยาวนานถึง 10 ปีที่คอยขับเคลื่อนทีมพุ่งชนความสำเร็จอย่างมากมาย ตลอดเวลาไม่ว่าจะขาดอยู่ตรงไหน ในแผงมิดฟิลด์เขาคือชายที่จะเข้าไปเติมเต็มตรงนั้นได้อย่างเสมอ และเขาก็ทำได้อย่างดีหากเขาเล่นเกมรุก เขาก็จะเป็นยอดเพลเมกเกอร์เขาคือสุดยอด หรือแม้กระทั่งการเล่นปีก เขาก็ทำได้ดีไม่แพ้ปีกคนไหน ในทุกที่ทุกสโมสรที่เขาไปเขา จะบันดาลใจได้เสมอเขาคือนักเตะ เพียงคนเดียวจนถึงตอนนี้ครับ ที่สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกมาครองได้ถึง 4 สมัยจาก 3 สโมสรที่เขาเคยค้าแข้งด้วยนั่น
ก็คืออาแจกซ์อัมสเตอร์ดัม เรอัล มาดริด และ เอซี มิลาน รวมไปถึงแชมป์ลาลีกาสโมสรโลก และฟุตบอลถ้วยอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะเห็นได้เลยครับว่าความสำเร็จของ คลาเรนซ์เซดอร์ฟนั้นเกิดจากการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง การดูแลรักษาสภาพร่างกาย และความมุ่งมั่นในเส้นทางที่เขาเลือกเดินทาง เขาแควนสตั๊ดมือปี 2013 ในขณะที่เขาอายุ 37 ปีเสมอว่าการจะเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้นั้น ต้องเริ่มจากเรื่องพื้นฐานที่เล็ก ที่เราทุกคนต้องมีนั่นคือร่างกายที่แข็งแกร่ง ร่างกายที่ดีคือจุดเริ่มต้นของพรสวรรค์ ที่เราจะสามารถแสดงมันออกมาให้โลกได้เห็น และนี่ก็คือเรื่องราวของชายผู้กำเนิด ในครอบครัวผู้อพยพสู่การก้าวขึ้นมาเป้นนักฟุตอล
ความสำเร็จทุกอย่างที่เข้ามา ไม่ได้มาอย่างง่ายเลยต้องมีการฝึกฝน ขยันอดทนในการฝึกซ้อมให้กลายเป็นผู้ชนะ ในเรื่องของการฝึกฝนขยันหมั่นเพียล และตรงนี้เซดอร์เขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ความขยันการดูแลร่างกายขอตัวเองให้ดี ยอมนำพาพรสวรรค์ที่แท้จริงมาสู่ตั้วคุณเอง จากลูกชายที่อพยพเข่ามาศัยในประเทศฮอลแลน ย่อมทำให้เขาต้องอดทนต่อทุกอย่าง แลำมันมาเป็นแรงผลักดันตัวเอง ให้ฝึกฝนในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ กัลกีฬาที่คนทั่วโลกให้การยอมรับมากที่สุด กีฬาฟุตบอลทำให้เขากลายเป็นที่รู้จัก คนทั่วโลกเมือเราพูดถึงกลองกลางดีที่สุดในโลกคนหนึ่ง และสามารถคว้าแชมป์ใบใหญที่สุดในยุโรปมาครอง ทุกคนคงนึกถึงชือของเขาแน่นอน
นี้คือเรื่องราวดีๆที่ทางเว็บสโมสรด้นำเสนอ นักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง เพื่อให้แฟนบอลสโมสเอซีมิลาน และแฟนบอลทัวประเทศที่ติดตามเรื่องราวฟุตบอล ที่มันเป็นมากกว่าฟุตบอลให้ทุกคนได้อ่าน และติดตามบทความทางเว็บได้นำเสนอ และแฟนบอลที่ชื่นที่เข้ามาเป็นกำลังใจให้เรา ได้สร้างสรรผลงานมีคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านตอไปครับ และใครมีเรื่องดีๆอย่าเก็บไว้ในลิ้นชักจนแห่ง ตรงนี้มันอาจเป็นแรงบันดาลใจ ของทุกท่านขอขอบพระคุณที่รับชม อ่านบทความและหากคุณรู้สึกว่าฟุตบอล มันเป็นมากกว่าฟุตบอลเมื่อไหร่ เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปครับ และขอฝากผลงานในครังต่อๆไปด้วยนะครับ ที่จะทำให้เราเป็นเพื่อนกันมากกว่านี้ ทุกกำลังใจจะทำให้เราได้สร้างสิงดีๆให้กับทุกคน เข้ามามีส่วนร่วมด้วยกันครับทุกวันครับ