โลกเสียตำนานแมนยู 6กุมภาพันธ์ วันที่แมนยูเสียทุกอย่าง

โลกเสียตำนานแมนยู 6กุมภาพันธ์ วันที่แมนยูเสียทุกอย่าง

โลกเสียตำนานแมนยู วันที่แมนยูเสียทุกอย่างและวันที่เสียตำนาน 15:00 น นาฬิกาเรือนเก่าทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของโอลด์แทรฟฟอร์ด มันบอกเวลาเอาไว้แบบนั้น และมันไม่เคยนึกเลยเหมือนมันหยุดไปพร้อมกับทุกชีวิตที่เมืองมิวนิค 6 กุมภาพันธ์โลกสูญเสียตำนาน และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสูญเสียทุกสิ่งในวันนั้น ทั้งโลกรู้ดีว่าปีศาจแดงเจ็บปวดเพียงใด และมันจะไม่มีใครลืมเลือน บัสดี้ เบส กลุ่มนักเตะที่ดีที่สุดของยูไนเต็ด ย้อนกลับไปในฤดูกาล 19 57 -19 58 ที่นำโดยบ็อบบี้ชาร์ลตันดัน แคนเอ็ดเวิร์ด เดนนิสไวโอเล็ต
และนักเตะดาวรุ่งอนาคตไกลมากมาย เพราะเขาครองของอังกฤษและเวลานานครับจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ปี 1958 แมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 ต้องเข้าไปเจอทีม เรดสตาร์เบลเกรด ผ่านพ้นไปทั้งสองทีมเสมอกัน 3 ประตูต่อ 3 และสกอร์รวมเป็นฝั่งแมนยูเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันและหลังจบเกมนี้มีงานเลี้ยงฉลองเล็กๆจากทางสถานทูตอังกฤษ 6 กุมภาพันธ์ปี 1958 นักเตะของแมนเชศเตอร์ยูในเต็ด ทีมงานสต๊าฟโค้ชนักข่าวช่างภาพหนังสือพิมพ์นักบิน
และผู้ช่วยรวมทั้งหมด 38 ชีวิตบนเครื่องบินเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ จนถึงเวลา 13:45 น เครื่องบินเดินทางมาถึงยังนครมิวนิคเยอรมันตะวันตก เพื่อทำการเติมเชื้อเพลิงสภาพอากาศเลวร้ายมาก ท้องฟ้ามีเมฆลอยต่ำมีฝนและหิมะตก จนนักบินต้องเปิดใช้อุปกรณ์ป้องกันน้ำแข็งบนปีกเครื่องบิน แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากเสร็จสิ้นการเติมเชื้อเพลิง เครื่องบินก็พร้อมจะออกบินอีกครั้ง ผู้โดยสารทุกคนกลับเข้าประจำที่ 14: 20 นาเจ้านี่สนามบินมิวนิคแจ้งว่า เครื่องบินสามารถทำการขึ้นบินได้
หลังจากเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วกัปตันเจมส์เทรน อดีตนักบินกองทัพอากาศอังกฤษ สั่งให้ทำการสตาสร์เครื่องแล้วเขาก็พบกับเรื่องผิดปกติ ครับเสียงเครื่องยนต์มันฟังดูแปลกๆเกย์วัดอุณหภูมิของเครื่อง ก็ผันผวนขณะที่เร่งเครื่องอย่างที่เขาคิด ทำการล้มเลิกการขึ้นบินสุดท้าย กับการตัดสินใจยกเลิกการบินก่อน เพื่อทำการตรวจเช็คเครื่องอีกครั้ง โดยผู้โดยสารทยอยกลับเข้ามาห้องรับรองของสนามบินและระหว่างนั้นหิมะตกลงมาอย่างหนักจน ดันแคน เอ็ดเวิร์ดกองหน้าแมนยู นักเตะคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ส่งโทรเลขกลับไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ โดยมีใจความว่าในตอนนี้เที่ยวบินยกเลิก เราจะกลับกันวันพรุ่งนี้ดันแคน วิศวกรให้คำแนะนำว่าควรจะยกเลิกเที่ยวบินก่อน เพราะเครื่องยนต์มีปัญหา แต่กัปตันเทรนเกรงว่าจะกระทบต่อตารางเวลาและตารางแข่ง ของแมนยูเขาจึงตัดสินใจเดิมพันครั้งสำคัญ ด้วยผู้โดยสารถูกตามตัวให้มาขึ้นเครื่อง หลายคนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองด้วยซ้ำ ว่าต้องออกบิลในสภาพอากาศแบบนี้ เลี้ยงเบียร์แซ่บหลุดปากพูดออกมาไม่น่าจะรอด แต่ยังไงก็ไปกันเถอะและนั่นคือสิ่งที่อยู่ในหัว ของคนอื่นเช่นเดียวกัน
ดันแคนเอ็ดเวิร์ดเอ็ดดี้โคลพวกเขาไม่ค่อยมั่นใจด้วยซ้ำ แต่ก็กลับขึ้นเครื่องแต่โดยดี 14:56 น ตามเวลาของประเทศอังกฤษ เครื่องบินเริ่มเคลื่อนที่พวกเขากำลังจะออกบิล ภายใน 10 นาทีนี้จน 15:30 น ตามเวลาของประเทศอังกฤษ นักบินร่วมกับหอบังคับการบิน ว่าพวกเขากำลังเตรียมจะเพิ่มอัตราเร่ง เพื่อเตรียมขึ้นบินและนั่นคือสิ่งสุดท้าย เพราะเครื่องที่เร่งเร่งความเร็วกว่า 194 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเกิดลื่นไถลปลายสุดของรันเวย์ และชนเข้ากับรั้วของสนามบินก่อนจะหลุดข้างถนนออกไป
และโชคร้ายเกินอีกฟากหนึ่งนั้นมีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ปีกซ้ายของเครื่องบิน ฟาดเข้ากับตัวบ้านอย่างจังจนพังยับ ส่วนหางของเครื่องถูกฉีกออกไปก่อน ที่ด้านซ้ายของเครื่องบินฟาดเข้ากระแทกอย่างแรง กับห้องเก็บของซึ่งมียางรถยนต์และน้ำมันอยู่เต็มไปหมด จนเกิดการลุกไหม้อย่างจัง เกิดไฟลุกท่วมบ้านที่มีสมาชิก 6 รายและโชคดีผู้เป็นแม่กับลูกๆอีก 3-4 ครหนีตายรอดออกมาได้ นี้คือเรื่องราวส่วนหนึ่งของสโมสสรแมนยูที่เว็บ dooball888.com โลกเสียตำนานแมนยู ที่ทางเว็บเราได้นำเสนอให้แฟนแมนยูได้ติด แฟนบอลที่เป็นคนรุ่นไหม่และเก่าได้รับรู้ โลกเสียตำนานแมนยู

โลกเสียตำนานแมนยู

โลกเสียตำนานแมนยู 60ปีโศกนาฎกรรมมิวนิค

ครบรอบ 60 ปีโศกนาฏกรรมมิวนิค วันที่ 6 กุมภาพันธ์ปี 2018 เป็นวันสุดแสนจะธรรมดาและไม่มีอะไรพิเศษ สำหรับใครหลายๆคนแต่หากย้อนกลับไป 60 ปีในวันเดียวกันนี้แฟนบอลปีศาจแดงและ เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ไม่เคยลืมเลือนเพราะมันคือความทรงจำอันแสนเจ็บปวด ความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ของแฟนบอลและสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในฤดูกาล 1957 – 1958 โลกเสียตำนานแมนยู
แมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด เหล่านักเตะดาวรุ่งอนาคตไกลมากมาย แมนยูไนเต็ดเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันเกมแรกของเดือนกุมภาพันธ์วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ฤดูกาลนั้นยูไนเต็ดบุกไปเอาชนะอาร์เซนอล 5 ประตูต่อ 4 และเกมต่อไปต้องออกไปเยือน เรดสตาร์เบลเกรด ทีมแชมป์จากเซอร์เบียในถ้วยยูโรเปียนส์คัพรอบ 8 ทีมสุดท้ายและต้องกลับมาแตะเกมลีกในอีกไม่กี่วันถัดมา นั่นทำให้ทางเลือกเดียวของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คือการเดินทางโดยเครื่องบิน สมัยนี้การเดินทางโดยเครื่องบิน มีความปลอดภัยที่สุดจากอุปกรณ์นำทางและอุปกรณ์ช่วยเหลืออีกมากมาย
แต่ 60 ปีที่แล้วการเดินทางโดยเครื่องบิน มีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางในฤดูหนาว ที่สภาพอากาศและทัศนวิสัยย่ำแย่ แต่ยูไนเต็ดไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมเสียงด้วยการเดินทางโดยเครื่องบิน เพราะพวกเขายังมีเกมอีกรออยู่ในสุดสัปดาห์ เนื่องจากทาง FA ไม่ยอมเลื่อนตารางการแข่งขันให้ หลังจากนั้นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ปี 1958 หลังได้พักจากเกมกับอาร์เซนอลเพียงแค่วันเดียว นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เดินทางสู่เบลเกรดด้วยเครื่องบินของสายการบินบริติช european airways
ซึ่งกรุงเบลเกรดนั้นอยู่ไกลเกินกว่าที่จะบินถึงในรอบเดียว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหยุดพักเพื่อทำการเติมเชื้อเพลิง ที่นครประเทศเยอรมันก่อน ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ระหว่างเอาเครื่องลงที่เบลเกรด เครื่องบินประสบปัญหาจากเมฆที่ลอยต่ำ ทัศนวิสัยที่ย่ำแย่และมีหิมะตกอย่างไรก็ตาม นักบินสามารถนำเครื่องลงที่เบลเกรดได้หลังจากบินวนอยู่นาน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ปี 1958 เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่สองของถ้วยยูโรเปียนส์คัพ ระหว่างเรดสตาร์เบลเกรดกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ผ่านพ้นไปทั้งคู่เสมอกันในเกม 3 ประตูต่อ 3 แต่สกอร์รวมเป็นด้านของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดชนะไป 5 ประตูต่อ 4 และได้เข้ารอบรองชนะเลิศเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันและหลังจากจบเกม มีงานเลี้ยงฉลองเล็กๆจากทางสถานทูตอังกฤษด้วย
หนึ่งวันหลังจากนั้นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ปี 1958 นักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูในเต็ด ทีมงานสต๊าฟโค้ชนักข่าวช่างภาพหนังสือพิมพ์ นักบินและผู้ช่วยรวมทั้งหมด 38 ชีวิตบนเครื่องบินที่เดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ 13.15 น เครื่องบินเดินทางมาถึงอย่างนครมิวนิคเยอรมันตะวันตก เพื่อทำการเติมเชื้อเพลิงสภาพอากาศเลวร้ายมาก ท้องฟ้ามีเมฆลอยต่ำมีฝนและหิมะตกลงมา จนนักบินต้องเปิดใช้อุปกรณ์ป้องกันน้ำแข็งบนปีกเครื่องบิน แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีหลังจากเสร็จสิ้นการเติมเชื้อเพลิง
เครื่องก็พร้อมจะออกบินอีกครั้งและผู้โดยสารทุกคนกลับเข้านั่งประจำที่ 14:20 น หอควบคุมการบินของสนามบินมิวนิค แจ้งเครื่องบินว่าสามารถทำการขึ้นบินได้ หลังจากเคลียร์รันเวย์เรียบร้อยแล้วกัปตันเจมส์เทรนอดีตนักบินของกองทัพอากาศอังกฤษ เวลาต่อมาเพียงไม่กี่นาทีเครื่องบินทำการเร่งเครื่อง เกือบจนจะสุดรันเวย์แต่เหตุการที่ไม่คาดคิดก้เกิดขึ้นจนได้ เมื่อเครื่องบินเสียการทรงตัวไหลออกนอกกรันเวย์ จนเป็นเหตุทำให้นักฟุตบอลของแมนยูได้เสียชีวิเป็นวันที่ โลกเสียตำนานแมนยู แมนยูแครื่องบินตก

เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เมื่อตำนานกำลังสูญเสียความทรงจำ

ภรรยาที่อยู่เคียงข้างเซอร์บ็อบบี้ชาร์ลตัน ออกมาเปิดเผยว่าสามีของเธอกำลังป่วย โดยภาวะสมองเสื่อมในวัย 83 ปีสำหรับเซอร์บ็อบบี้ชาร์ลตัน นี่คือสุดยอดปูชนียบุคคลระดับตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษระหว่างปี 1956 ถึงปี 1973 หรือตลอด 17 ร่วมกันเต็มที่ผจญภัยกับปีศาจปู่ป๊อปได้ฝากโคตรสถิติ และทิ้งเรื่องราวอันทรงคุณค่าไว้กับสโมสรแห่งนี้มากมาย ทั้งการเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมมิวนิค เป็นนักเตะลงสนามให้แมนยูไนเต็ดมากสุดตลอดกาลที่ 758 เกมโดยตัวเลขดังกล่าวอยู่ยั้งยืนยงกว่า 35 ปีเดินทางมาโดนนักเตะรุ่นลูกๆอย่างกิ๊กทำลายลงในปี 2008 เป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จ ผ่านการกวาดแชมป์ลีกตอนยังเป็นดิวิชั่น1
3สมัยคว้าแชมป์เอฟเอคัพปี 1963 ก่อนจะพิชิตทวีปยุโรปใบสุดท้ายในฤดูกาลการ 1967 ถึง 1968 ส่วนผลงานรับใช้ชาติ ก็จัดเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของอังกฤษ พาทัพสิงโตคำรามคว้าแชมป์โลกสมัยแรกและสมัยเดียวเมื่อ 54 ปีก่อนรายการดังกล่าวเซอร์บ็อบบี้ชาร์ลตัน โดดเด่นจนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำ world cup ครั้งนั้นไปคลองด้วย แม้หลายคนจะเกิดไม่ทันหรือไม่มีโอกาสได้เห็น สมัยยังเล่นฟุตบอลและความยิ่งใหญ่ของบ็อบบี้ชาร์ลตัน ยังคงเกรียงไกรและถูกเล่าขานในหมู่เด็กผี ตราบจนทุกวันนี้ครับถ้าสงสัยว่าแกยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ขนาดที่เป็น 1 ใน 3 ตำนานผู้ได้รับเกียรติสูงสุด จากสโมสรให้มีการนำรูปปั้นดิน united trinity มาตั้งอยู่ตรงหน้าสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด
เคียงข้างตลอดเวลาโดยตลอดหลายปีมานี้ ถ้าสังเกตตอนกล้องจับภาพระหว่างถ่ายทอด เกมการแข่งขันโปรแกรมมักจะเดินทางมานั่งเอาใจช่วยเด็กผี รุ่นลูกรุ่นหลานบนสแตนเชียร์อยู่บ่อยๆตัดกลับมาที่ภาวะสมองเสื่อม ของเซอร์บ็อบบี้ชาร์ลตันธรรมชาติของโลกนี้ คือคุณจะค่อยๆลืมผู้คนสถานที่ และเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต ไปทีละนิดทีละหน่อยและความเป็นจริงของโรคอัลไซเมอร์ คือมันไม่มีทางรักษาหายขาดครับ อาจจะทำได้แค่ประคองและพยุงให้ผู้ป่วยอาการคงที่ให้มากที่สุด ซึ่งถ้าหากการรักษาทำได้ไม่ดีพอ หรือร่างกายของผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการบำบัด ภาวะสมองเสื่อมก็อาจรุนแรง ถึงขั้นสูญเสียความทรงจำทั้งหมด โลกเสียตำนานแมนยู
สำหรับเซอร์บ็อบบี้ชาร์ลตัน ไม่มีการเปิดเผยว่าอาการของแกอยู่ในระดับไหน แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเห็นวันที่ปู่บ็อบ จำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเป็น เซอร์บ็อบบี้ชาร์ลตัน ตำนานของปีศาจแดง และทัพสิงโตคำราม หลังวางรูปปั้นหน้าโอแทฟฟอร์ด สลักชื่อชาร์ลตันไว้อย่างองอาจ สมศักดิ์ศรีความรู้สึกค่อยๆจางหาย ทีมที่นั่งดูอยู่คือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับเกมกีฬที่แกรักมากที่สุดมีชื่อเรียกว่าฟุตบอลถึงกระนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในวันนั้นแกจะสูญเสียความทรงจำไปมากมายแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อหมดหัวใจคือ แมนเชสเตอร์ยูในเต็ดจะไม่มีวันลืมปู่ครับและไม่อยากให้ โลกเสียตำนานแมนยู