แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในยุคของ เทน ฮาก

ในนัด Bangkok Century Cup 2022 ที่จบลงด้วยชัยชนะของ แมนฯยูไนเต็ด 4-0

แม้ THE MATCH Bangkok Century Cup 2022 ที่จบลงด้วยชัยชนะแบบฝุ่นตลบ 4-0 ของ แมนฯยูไนเต็ด เหนือ ลิเวอร์พูล จะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง
แต่มันกลับมีความหมายสำคัญเอามากๆสำหรับ “ปีศาจแดง” ที่มีหัวเรือใหม่อย่าง เอริค เทน ฮาก เป็นกุนซือดังนั้นเกมเปิดหัวด้วยชัยชนะคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ
อย่างน้อยๆทำให้นักเตะในทีมรับรู้ได้โดยธรรมชาติว่าวิธีการเล่นของบอสใหม่มัน impact อะไรได้บ้าง
จากการที่ ยูไนเต็ด เข้าแคมป์เก็บตัวก่อนทำให้ 11 ตัวจริงจึง “ฟูล” เหมือนลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก
ในขณะที่ ลิเวอร์พูล จะเห็นได้ว่ารายงานตัวขยักขย่อนไม่พร้อมกัน เราจึงเห็นการเปลี่ยนตัว 3 ช่วงโดยแบ่งเป็นช่วงละ 30 นาที
ถามว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ อยากเอาชนะไหม ดูจากการเพรสไล่บี้ เอาแน่นอนครับ ดูความกระเหี้ยนกระหือรือและเข้าบอลของทั้ง 2 ทีมไม่กี่นาทีรู้ได้ทันทีว่าศักดิ์ศรีค้ำลูกกระเดือกอยู่
แต่การโดนประตู 3 ลูก ใน 33 นาทีของ “ดับเบิ้ลแชมป์” เป็นในลักษณะตามคุณภาพในแบบฉบับ “นักแสดงสมทบ”
อย่างไรก็ตามเราต้องให้เครดิต ยูไนเต็ด ด้วย ซึ่งนิยามฟุตบอลของผมแล้ว คู่แข่งพลาดอย่างเดียวไม่ได้ อีกฝ่ายก็ต้องเอาด้วย
ไอแซค มาบาย่า เคลียร์แป๊กเข้าทาง เจดอน ซานโช่ ตั้งแต่นาทีที่ 12, โจ โกเมซ กั๊กกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เฟร็ด ชิพแบบเหนือๆ ก่อนที่ รีส วิลเลี่ยมส์ จะเล่นยากถูก อองโตนี่ มาร์กซิยาล ฉกไปยิงง่ายๆ
เกมอุ่นเครื่องครั้งนี้เราได้เห็น “ปีศาจแดง” ในทิศทางที่ดีขึ้น การครอบครองบอลและการเพรสอันเป็น DNA ที่ เทน ฮาก ต้องการนำมาอัดฉีดสู่ทีมชุดนี้ให้เร็วที่สุด
นี่ขนาดนักเตะหน้าเดิมๆจากยุคของ “เดอะ โปรเฟสเซอร์” ราล์ฟ รังนิค ถ้าซัมเมอร์นี้ได้ตัวที่ ETH ต้องการเชื่อว่าซีซั่นหน้าจะป้อแป้โดนไล่กดเหมือนที่ผ่านมาคงไม่มีอีกแล้ว

แมนฯยูไนเต็ด

แมนฯยูไนเต็ด เล่นได้เหนือกว่าเหนือ ลิเวอร์พูล อย่างเห็นได้ชัดแม้จะเป็นทีมที่ไม่ได้แพ้ง่ายๆ

เห็นแล้วผมรู้สึกเหมือนวันที่ JK คุม ลิเวอร์พูล นัดแรกเจอ สเปอร์ส (เสมอ 0-0) คือแบบมีเวลาซ้อมไม่เยอะ (มาคุมหลังซีซั่นเปิดไปแล้ว) แต่สไตล์การเล่นรับรู้ได้เลยว่าไม่เหมือนเดิม
อารมณ์แบบเดียวกับผีวันนี้นี่แหละครับ ผมจึงสัมผัสได้ว่าตอนนี้ “เร้ดอาร์มี่” ตื่นเต้นและมีความหวังว่า เทน ฮาก จะเป็น JK2 หลังเปลี่ยนกุนซือมา 6 คนนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปเมื่อปี 2013 (ไม่นับคุมชั่วคราว)
คนที่อาจถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งคือ เอริค ไบยี่ ที่เล่นเกมรับได้โคตรเอาและมีส่วนกับการอินเตอร์เซปบอลจาก อิบราฮิมา โคนาเต้ ก่อนพาขึ้นมาจนเป็นประตูที่ 4 ของ ฟาคุนโด้ เปลลิสตรี้
ความพ่ายแพ้ของ ลิเวอร์พูล ส่วนนึงมาจากชุดที่ส่งเป็นหน่วยกล้าตายในครึ่งแรกโดนเยอะเกินไปครับทั้งๆที่ก่อนโดน 1-0 เกมกำลังสู้กันเพลินๆ
เราจะเห็นว่า “หงส์แดง” แกะเพรส “ผี” ได้สวยๆหลายครั้งจนกระทั่งสกอร์ไหลทรงบอลหายไปเลยก่อนถูกเปลี่ยนเกือบยกชุดใน 30 นาที
สังเกตในครึ่งหลังที่ชุด “มอนสเตอร์” ลงกันในนาที 60 แต่เล่นไปแค่ 10 นาที ดาร์วิน นูนเญส หอบกินหายใจทางเหงือกแล้ว
จากผลการแข่งขันที่ “เร้ดอาร์มี่” ได้เห็นทีมชนะ+กับ 4 ประตู ค่าบัตรที่บ่นๆกันแพงกลายเป็นไม่ติดใจ (แม้ผลรวม 3 นัดยังแพ้อยู่ 9-4 ก็ตาม หยอกๆ)
ในขณะที่ เดอะ ค็อป นอกจากแพ้เยอะแล้วยังกินไข่ไม่ได้เฮซักลูกแต่อย่างน้อยๆความ “อิ่มใจ” จากการได้เห็น TAA ทำชิ่งกับ โม ซาลาห์ ที่ไขว้อย่างงาม (เป็นช็อตที่ผมยกให้เป็น the best moment ในเกมนี้)
VvD วางยาวทแยงให้ โม เหมือนที่เราเห็นตามหน้าทีวีแต่ครั้งนี้สดๆต่อหน้าหรือแม้กระทั่งความวูบวาบในครึ่งชั่วโมงแรกของ ฮาร์วีย์ เอเลียตต์ ที่ดูเหมือนค่าพลัง sharpness จะกลับมาแล้ว
อาหารตาพวกนี้จะมานั่งติดป้ายราคาตีค่าเป็นเงินมันก็ลำบาก บรรยากาศศึกแดงเดือดในต่างแดนไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นี่เป็นเพียงครั้งที่ 3 และครั้งแรกในเอเชีย

สามารถติดต่อข่าวสารฟุตบอลได้ที่ dooball888.com หรือ  ติดตามข่าวสารใหม่